….” เถี่ยฉุยกล่าวพลางมองไปยังเย่เทียนเฉิน
“ไม่ต้องหรอกครับ ผมไม่ต้องการความดีความชอบอะไร แล้วก็ไม่ได้อยากเป็นขุนนาง ผมแค่อยากกลับไปที่เมือง กลับไปที่บ้านผม” เย่เทียนเฉินพูดพลางส่ายหัว
เย่เทียนเฉินคิดเช่นนี้จริงๆ ตั้งแต่ที่เขาลืมตาตื่นขึ้นมาก็เข้าใจเรื่องราวหลายอย่าง หากว่าไม่ต้องส่งเสริมครอบครัว ไม่ต้องล้างมลทินที่เขานำมาสู่พ่อแม่ เย่เทียนเฉินคงไม่มีวันมาเป็นทหาร หากไม่ใช่เพราะหายเจี๋ยปากไวเล่าให้เถี่ยฉุยฟังทุกอย่าง เย่เทียนเฉินก็ไม่คิดจะให้ใครรู้เรื่องเหล่านี้
“งั้นเหรอ? ผลงานยอดเยี่ยมขนาดนี้คงถูกผู้นำระดับในคณะกรรมาธิการทหารเรียกพบ นับว่าเป็นเกียริต์อย่างสูง นายอาจจะถึงกับได้เลื่อนขั้นหลายขั้น ถึงสกุลเย่ของนายจะตกต่ำ แต่ครั้งนี้ทำให้นายสามารถลืมตาอ้าปากได้นะ” เถี่ยฉุยกล่าวมอย่างสงสัย
“ขอโทษด้วยครับ ผมไม่สนใจ ผมคิดว่าเรื่องในครั้งนี้ไม่นานก็คงจะแพร่ไปทั่ว แต่การที่ผมรอดกลับมาได้ก็เพียงพอที่จะทำให้พ่อแม่ของผมภาคภูมิใจ ผมแค่อยากจะอยู่กับพวกเขา ให้พวกเขาได้ใช้ชีวิตอย่างสงบสุข” เย่เทียนเฉินพูดเสียงเบา
เถี่ยฉุยรู้สึกสงสัยจริงๆแล้ว เขาทราบมาว่าเย่เทียนเฉินเป็นนักศึกษาปีหนึ่งของมหาวิทยาลัยหลงเถิง สกุลเย่เป็นครอบครัวชั้นสาม เมื่อก่อนไม่ศึกษาเล่าเรียน วันๆเอาแต่ทะเลาะวิวาท ขลุกอยู่กับผู้หญิงไปทั่ว ในที่สุดก็ไปเตะโดนเหล็กเข้า แอบมองสาวงานอันดับหนึ่งของสกุลหลิวอาบน้ำ สร้างความตกตะลึงไปทั่วทั