ลี่ยนเป้าหมายของตน เขาถึงกับวางเพลิงบ้านเรือนของชาวนา
เวลานี้เข้าสู่ฤดูคิมหันต์ สภาพอากาศแห้งแล้ง ขอเพียงมีลมเปลวไฟย่อมลุกลามอย่างยากที่จะควบคุมได้ แม้เรือนของครอบครัวของชาวนานั้นจะมิใช่คฤหาสน์หลังใหญ่กว้างขวางเช่นครอบครัวผู้มีอันจะกิน ทว่านับได้ว่าเสียหายไม่มีเหลือเช่นกัน เรือนสองคั่นนั้นถูกเผาจนราบคาบในเวลาชั่วคืนเดียว
ชาวบ้านที่อยู่ในละแวกนั้นล้วนออกมาช่วยกันดับไฟ ไม่เช่นนั้นหากรอให้ไฟค่อยๆ ลุกลาม ไม่แน่ว่าบ้านเรือนของตนเองก็จะถูกไฟไหม้ไปด้วย
ครอบครัวชาวนามีแม่นางคนหนึ่งที่ยังมิได้ออกเรือนเช่นกัน แต่ทุกคนต่างพากันไปช่วยกันดับไฟจึงไม่มีใครคิดถึงเรื่องนี้ไปชั่วขณะ และไม่พบเห็นเงาร่างของนาง ทุกคนต่างคิดว่าแม่นางอาจตายในกองเพลิงแล้ว
กลางดึกคืนนั้นเปลวไฟที่ลุกฮือนั้นส่องสว่างไปทั่วทั้งผืนฟ้า หลินชิงเวยเองมิอาจรออยู่ในเรือนได้ นางจึงลุกขึ้นผลัดอาภรณ์เตรียมออกจากจวนสกุลไป๋ หลีเช่อและซินหรูถูกทำให้ตกใจตื่น หลินชิงเวยพูดโดยไม่หันกลับมา “กลับเข้าไปนอนในห้อง ห้ามไปที่ใดทั้งสิ้น”
ซินหรูขยี้ดวงตา “พี่สาว ท่านจะไปที่ไหนเจ้าคะ?”
หลีเช่อเห็นเปลวไฟบนท้องฟ้า สีหน้าเกียจคร้านของปรากฏให้เห็นความเคร่งเครียด