่พอ อย่างไรก็ต้องมีที่เล็ดลอดสายตาไปบ้าง”
ความจริงนี่เป็นเรื่องที่หลินชิงเวยหนักใจอยู่เช่นกัน หลินชิงเวยครุ่นคิดแล้วพูดว่า “ไม่สู้เราไปคฤหาสน์สกุลหลี่อีกสักครั้ง เหตุการณ์ไฟไหม้ครั้งแรกเกิดขึ้นที่นั่น ไปดูอีกครั้งว่ามีเบาะแสอย่างอื่นหรือไม่”
คดีแรกที่คนร้ายก่อขึ้น เมื่อเทียบกับครั้งที่สองและครั้งที่สามแล้วยังไม่สาสมใจ เพราะร่องรอยที่ทิ้งเอาไว้ยิ่งมากขึ้นเรื่อยๆ เพียงแต่เวลาผ่านมาหลายวันเช่นนี้แล้วยังไม่รู้ว่าจะหาเบาะแสพบหรือไม่
ทว่ายังไม่ทันได้ไปถึงจวนสกุลหลี่ ก็ได้ยินข่าวเรื่องงานศพออกมาจากจวนสกุลหลี่
ที่แท้คุณหนูสกุลหลี่ หลี่ซิ่วเอ๋อร์ได้ฆ่าตัวตายเช่นกัน
หลินชิงเวยลอบตกตะลึงในใจ นางจำได้ว่าครั้งที่แล้วที่ได้พบหลี่ซิ่วเอ๋อร์ เห็นนางมีสีหน้าตื่นตระหนกตกใจ ทว่าไม่มีความรู้สึกอย่างอื่น อีกทั้งสกุลหลี่เป็นสถานที่เกิดเหตุที่แรกของคนร้าย ชัดเจนยิ่งนักว่าเขาเพียงแต่วางเพลิง ทว่ามิได้ทำร้ายหลี่ซิ่วเอ๋อร์ เช่นนั้นจิตใจของคนร้ายฮึกเหิมมากขึ้น หลังจากเขาลงมือข่มขืนคุณหนูสกุลจางแล้วจึงย้อนกลับมา!
เขากลับมาได้อย่างไร?
หลินชิงเวยหันไปมองนายอำเภอ นายอำเภอพูดด้วยสีหน้าซีดขาว “ข้าคิดว่าสกุลหลี่เกิดไฟไหม้ไ