้ ราวกับแม้แต่ซุนฉีหยางยังมิอาจคุกคามเขาได้
“ซุนฉีหยาง อาจารย์ข้าตัดแขนเจ้าไปครั้งหนึ่งแล้ว บัดนี้เจ้ากลับกล้าโผล่หัวออกมาอีก เจ้าคงอยากตายมากสินะ?”
สายตาของซูเฉินเยียบเย็นถึงขีดสุด แฝงด้วยเจตนาฆ่ารุนแรง จ้องเขม็งไปยังซุนฉีหยาง เอ่ยด้วยเสียงเยือกเย็น
“แค่เจ้ารึ?”
ซุนฉีหยางหัวเราะเยาะด้วยความโกรธ
เมื่อคิดถึงเรื่องที่ถูกลั่วเสวียนตัดแขน ความโกรธของเขาก็ปะทุขึ้นทันที
วันนี้ เขาต้องจับซูเฉินกับเซี่ยวฟานไว้ให้ได้ เพื่อระบายแค้นในใจ!
“เจ้าคือซูเฉินใช่หรือไม่?”
ในขณะนั้นเอง เสียงเย็นชาหยิ่งผยองพลันดังขึ้น
ประกายวาบผ่านดวงตาของซูเฉินทันที เขาหันไปมองยังยอดเขาเบื้องหน้า ก็เห็นหลี่อวิ๋นเฟยยืนอยู่
ครืน! ครืน! ครืน!
หลี่อวิ๋นเฟยเหินร่างมาจากกลางอากาศ ทุกย่างก้าวดูประหนึ่งเหยียบอยู่บนจุดศูนย์รวมของพลังสวรรค์และปฐพี เปี่ยมด้วยพลังอันกว้างใหญ่
เขารูปงามโดดเด่น สวมเกราะทองวาววับ เส้นผมดกดำเป็นมันเงา ดวงตาคมกริบดั่งมีแสงสะท้อน มองจ้องไปยังซูเฉินแน่วแน่ เต็มไปด้วยจิตต่อสู้อันแรงกล้า
“เจ้าเป็นใคร?”
ซูเฉินกล่าวเรียบ ๆ
หากแต่ในคราแรกที่เห็นหลี่อวิ๋นเฟย เขาก็มั่นใจในตัวตนของอีกฝ่ายทันที
อัจฉริยะอันดับหนึ่งแห่ง