หลินชิงเวยเลิกคิ้วมองเซียวอี้ “ดูท่าแล้ว เมื่อคืนพวกท่านเข้ากันได้ไม่เลวเลยทีเดียว”
เซียวอี้ตอบอย่างไม่รู้จักละอายว่า “ทั้งอาหารและความปรารถนา เมื่ออยู่กับเวยเวยแล้วข้าล้วนต้องอดกลั้น ข้าจึงได้แต่ไประบายที่อื่น”
หลินชิงเวยหันไปถามหลงจู๊ “เมื่อคืนเขานอนที่ห้องของท่าน ขอถามว่านำมาคิดเป็นค่าห้องพักของข้าได้หรือไม่? หากยังไม่พอ คืนนี้เขายังนอนกับหลงจู๊ได้อีกคืนหนึ่ง”
เซียวอี้ “…”
หลงจู๊เอนกายแนบไปกับกรอบประตูพร้อมกับรอยยิ้มเย้ายวน “คุณชายท่านนี้คิดถึงแม่นางเวยเวยทุกลมหายใจเข้าออก แต่แม่นางเวยเวยกลับนำท่านมาใช้หนี้ข้า”
เซียวอี้ยิ้มด้วยสีหน้าพยับเมฆพยับหมอกสองส่วน เรื่องเมื่อคืนนี้เป็นความเต็มใจของทั้งสองฝ่ายไม่อาจถือเป็นเรื่องจริงจังได้ ยามนี้คำพูดของหลงจู๊ย่อมเป็นคำพูดหยอกเย้าเช่นกัน
เพียงแต่สิ่งที่เขาใส่ใจ หลินชิงเวยไม่สนใจ
วันนี้หลังจากฟ้าสางไม่นานข่าวที่เป็นที่กล่าวขวัญถึงในเมืองแห่งนี้ก็ถูกเล่าลือ คนงานที่ทำความสะอาดห้องโถงชั้นล่างทำงานของเขาไปพร้อมกับพูดคุยถึงเรื่องที่เขาได้ยินมาเมื่อเช้านี้
เรื่องมีอยู่ว่าไม่รู้หัวหน้าหน่วยไปล่วงเกินผู้ใดเข้า ถึงกับถูกฟันแขนขาดไปข้างหนึ่ง ในยามปกติหัวหน้าหน่ว