“นั่นก็ยังไม่สมควรเป็นหม่อมฉันเพคะ” หลินชิงเวยยืนกราน
เซียวจิ่น “ชิงเวย เจิ้นเพียงคิดว่าทั้งหมดนี้ล้วนเป็นการชั่วคราว ไม่มีผู้ใดเหมาะสมกว่าเจ้าเป็นการชั่วคราว รอให้เจิ้นคุ้นเคยกับตำหนักในแล้วยังต้องรบกวนให้ชิงเวยคัดเลือกผู้ดูเข้าทีออกมาหลายคน ถึงยามนั้นเจิ้นค่อยมอบอำนาจหน้าที่ดูแลควบคุมตำหนักในให้กับพวกนางดีหรือไม่?”
หลินชิงเวยถาม “ฝ่าบาทคิดจะให้หม่อมฉันคัดเลือกสนมให้ฝ่าบาท?”
เซียวจิ่นชะงักไป “ชิงเวยคิดว่าหมายความอย่างนี้ก็ตามนี้เถิด” อย่างไรเขาย่อมต้องคัดเลือกสนมเข้ามาอยู่แล้ว
ไยหลินชิงเวยจะไม่กระจ่างแจ้ง แต่เมื่อก้าวเข้ามาในตำหนักในได้ชื่อว่าเป็นสนมแล้ว เมื่อแรกล้วนแต่งเข้ามาเพื่อเป็นการเสริมความเป็นสิริมงคลให้กับเซียวจิ่น ไม่รู้ผ่อนหนักเบา แม้โดยส่วนใหญ่ล้วนเป็นบุตรสาวของขุนนางใหญ่ในราชสำนัก ทว่ากลับเป็นบุตรสาวสายรองหรือไม่ก็เป็นบุตรสาวสายตรงที่มิอาจออกหน้าออกตาได้สักเท่าใดนัก ครั้งนั้นเซียวจิ่นล้มป่วยนอนเป็นผักทุกสามวันห้าวัน บรรดาขุนนางใหญ่เหล่านั้นไหนเลยจะคิดว่าเซียวจิ่นจะหายดีแล้วกลับมายืนได้อีกครั้ง
ในตำหนักในย่อมไม่มีใครสักคนที่เข้าตา ในตำหนักในแห่งนี้ไม่ว่าจะเป็นฐานะบุตรสาวสาย