หลินชิงเวยดึงมือกลับมา ถอยไปด้านหลังสองก้าว เงยหน้าขึ้นยิ้มตาหยีแล้วเหลือบตามองเขา แสงจันทร์สีเงินสาดส่องลงบนใบหน้าของนาง สายลมที่พัดมาทำให้ผมหน้าม้าของนางยุ่งเหยิง ทว่ากลับทำให้สตรีเบื้องหน้างดงามประดุจหยก นางพูดว่า “เซียวเยี่ยน ท่านกลับไปเถิด”
เซียวเยี่ยนหันกาย “รีบเข้าไปพักผ่อน”
“ท่านจะฝันถึงข้าในยามกลางคืนหรือไม่” หลินชิงเวยถามขึ้นข้างหลัง ที่จริงนางไม่ชอบให้ตนเองแสดงความเป็นอิสตรีเฉกเช่นสาวน้อยออกมาเพียงลำพัง แต่ต่อมานางเคยตัวเสียแล้ว ไม่เคยหลงรักบุรุษเป็นกิจจะลักษณะ ไม่เคยมีความรักเป็นจริงเป็นจัง นี่อาจเป็นการดูแลเป็นพิเศษจากสวรรค์ก็เป็นได้ ให้นางมาเกิดใหม่ในอายุสิบหกปีอีกครั้ง ให้นางมีความรักเฉกเช่นสาวน้อยมีต่อบุรุษผู้หนึ่ง
และที่จริงยามนี้นางเป็นเพียงสาวน้อยอายุสิบหกปีคนหนึ่งนี่นา เพียงแต่อายุในใจนั้นอาจจะเป็นผู้ใหญ่สักหน่อย
แต่เรื่องของความรักก็เหมือนนกยูงที่พบกับแม่นกยูง มันอดไม่ได้ที่จะรำแพนหางของมันเพื่อแสดงความสามารถให้กับบุคคลเป็นที่เป็นไอดอลของตัวเอง เป็นนิสัยตามธรรมชาติอย่างหนึ่ง เหตุใดต้องปิดบังหรืออำพรางด้วยเล่า
ช่างเถิด ความรักระหว่างนางและเซียวเยี่ยนยังไปไม่ถึงขั้นนี้ นั่นยิ่งไม่จำเป็นต้องปิดบังนี่นา
“เปิ่นหวางนอนไม่เคยฝัน” เซียวเยี่ยนหยุดฝีเท้า เขาหันหลังพูดกับหลินชิงเวย หลินชิงเวยจึงไม่เห็นว่าเขากำลังโกหก
บางครั้งเขายังเคยฝันเห็นเงาร่างอรชรร่างหนึ่งกลางดึก เดิ