ซูเฉินสวมอาภรณ์ธรรมดา ใบหน้าหล่อเหลา เร้นซ่อนกลิ่นอายจนหมดสิ้น ไม่โดดเด่นสะดุดตาแต่อย่างใด
แม้ว่าเขาจะเห็นว่ามีศิษย์ของนิกายเทพสุริยันเก้าชั้นฟ้าอยู่มากมายในเมืองโบราณเจิ้นหยาง แต่ซูเฉินกลับไม่ใส่ใจเลยแม้แต่น้อย
หลังออกจากเมืองโบราณเจิ้นหยาง เขาก็เหินร่างทะยานขึ้นสู่เวหา มุ่งหน้าไปยังสวนโอสถมังกรเพลิง
เมืองโบราณเจิ้นหยางอยู่ห่างจากสวนโอสถมังกรเพลิงเพียงไม่กี่พันลี้
ตลอดทางที่บินผ่าน เขาพบศิษย์บางกลุ่มที่สวมอาภรณ์ของนิกายเทพสุริยันเก้าชั้นฟ้า แต่เขาก็เร้นซ่อนกลิ่นอายตนเอง หลีกเลี่ยงไม่เผชิญหน้ากับใคร
เส้นทางเป็นไปอย่างราบรื่น ไม่นานนักเขาก็ถึงเทือกเขามังกรเพลิง
“นั่นคือสวนโอสถมังกรเพลิง!”
ซูเฉินยืนอยู่บนยอดเขา มองไปยังบริเวณที่มีม่านหมอกปกคลุมอยู่เบื้องหน้า
ตรงนั้นเป็นหุบเขาแห่งหนึ่ง แต่มองดูในตอนนี้กลับมีหมอกบางปกคลุมทั่วอาณาบริเวณ พร้อมด้วยแสงประหลาดเจิดจ้า ดุจม่านพลังที่ครอบคลุมทั่วทั้งหุบเขา
นั่นคือม่านค่ายกลที่นิกายเทพสุริยันเก้าชั้นฟ้าจัดวางไว้ เพื่อปกป้องสวนโอสถมังกรเพลิง ศิษย์ของนิกายต้องใช้ยันต์ผ่านทางเพื่อเข้าออก
ซูเฉินเปิดใช้เคล็ดวิชาดวงเนตรเทพตัดมายา ในดวงตาของเขาเห็นม่านค่า