ดูไปแล้วยามรักษาการณ์ของสุสานแห่งนี้หละหลวมถึงเพียงนี้ ย่อมเทียบไม่ได้กับสุสานหลวง ด้วยคนที่ถูกฝังอยู่ที่นี่ล้วนเป็นนางสนมที่ไม่ได้รับความสำคัญอันใด มิอาจนำมากล่าวถึงอย่างเต็มภาคภูมิเฉกเช่นสมบัติที่ถูกฝังร่วมไปพร้อมพระศพ อีกทั้งผู้ที่ถูกฝังอยู่ที่นี่ล้วนเป็นสตรี หรืออาจจะใช้คำพูดของคนโบราณที่ว่าที่นี่มีพลังหยินมากเกินไปไม่ต้องเกรงกลัวว่าจะมีโจรปล้นสุสานมาปล้น
ทั้งสองคนไม่ได้เสียเวลาอยู่หน้าสุสาน พวกเขาเดินเคียงบ่าเคียงไหล่ผ่านปากทางเข้าสู่ความมืดด้านใน ทันทีก้าวเข้าไปข้างในเมื่อเปรียบเทียบกับด้านนอกที่มีแสงสว่างจากแสงจันทร์แล้ว เบื้องหน้าก็คือความมืดสนิทมองไม่เห็นอะไรทั้งสิ้น
หลินชิงเวยจับแขนของเซียวเยี่ยนที่อยู่ข้างกาย “ท่านเป็นนกฮูกหรือไร รีบหยิบมวนไฟออกมาจากห่อสัมภาระเร็วเข้า”
เซียวเยี่ยนหยิบมวนไฟออกมาจากห่อสัมภาระตามคำพูดที่ดังขึ้น เปลวไฟขนาดเม็ดเท่าถั่วเหลืองสว่างวาบขึ้นในพริบตาส่งผลให้เบื้องหน้าถูกส่องให้สว่างขึ้น หลินชิงเวยพบว่านอกจากใบหน้าของเซียวเยี่ยนที่อยู่ภายใต้แสงไฟนี้แล้วรอบๆ ยังคงมืดสนิทดังเดิม และแสงไฟมีอยู่อย่างจำกัดเบื้องหน้ายังคงมองไม่ชัดเจนอยู่ดี
เซียวเยี่ยนถามขึ้นเบาๆ ว่า “เจ้าคิดว่าอย่างนี้ดีกว่าหรือ?”
หลินชิงเวยพูดไม่ออก
ต่อมาเซียวเยี่ยนไม่มีทางเลือกจึงจับจูงมือหลินชิงเวย พานางเดินเข้าไปด้านในสุสานอันกว้างใหญ่ ข้างในสุสานจัดอย่างเรียบง่าย เมื่อเข้าไปถึงกึ่งกล