ไม่เป็นไรใช่ไหม?”
ซูเฉินเอ่ยถาม
ก่อนหน้านี้ ลั่วเสวียนไล่ล่าซุนฉีหยางไป แต่ซุนฉีหยางนั้นมีพลังการต่อสู้ร้ายกาจ และลั่วเสวียนเพิ่งจะทะลวงเข้าสู่ขอบเขตนักบุญยุทธ์ ทำให้ซูเฉินอดเป็นห่วงไม่ได้
“ข้าไม่เป็นไร! ข้าฟันแขนเจ้าแก่บ้านั่นขาดไปหนึ่งข้าง แต่มันก็ยังหนีไปได้!”
ลั่วเสวียนกล่าวเรียบเฉย แต่แววตาแฝงไว้ด้วยเจตนาฆ่า
ครั้งนี้นางแทบจะตกตายจริงๆ หากมิใช่เพราะซูเฉินปรากฏตัวขึ้นในยามคับขัน นางคงถูกทัณฑ์สวรรค์สังหารไปแล้ว
“เชียนซุน เจ้าไม่เป็นไรใช่ไหม?”
ลั่วเสวียนถามด้วยความห่วงใย
ก่อนหน้านี้ เฉินเชียนซุนยอมรับศรยิงตะวันแทนซูเฉิน นางมัวแต่ไล่ล่าซุนฉีหยาง จนลืมไปว่าเฉินเชียนซุนได้รับบาดเจ็บ
“ท่านอาจารย์อา ข้าสบายดี ซูเฉินช่วยชีวิตข้าไว้!”
เฉินเชียนซุนยิ้มบางๆ
“ดีแล้ว! ซูเฉินเป็นนักบุญโอสถ มีโอสถที่เขาหลอม ต่อให้บาดเจ็บสาหัสเพียงใดก็รักษาได้!”
ลั่วเสวียนกล่าวยิ้มๆ
แต่นางยังไม่รู้ว่าเฉินเชียนซุนแทบสิ้นใจ หัวใจถูกทำลาย และสุดท้ายได้รับการช่วยเหลือจากจิ้งจอกเก้าหางเซียวไป๋
“นักบุญโอสถ?!”
เฉินเชียนซุนเบิกตากว้างเต็มไปด้วยความประหลาดใจ
ก่อนหน้านี้นางไม่อยู่ที่นิกาย จึงไม่รู้ว่าซูเฉินเคยหลอมโอสถทะลวงสวรรค์ได้