นยังคงส่งพลังลมปราณเข้าสู่ร่างของเฉินเชียนซุนไม่หยุด แต่ก็ยังไม่อาจหยุดยั้งพลังชีวิตของนางที่ค่อยๆ จางหายไปได้
ความหวาดหวั่นยิ่งใหญ่ก่อตัวขึ้นในใจของซูเฉิน หรือว่าเฉินเชียนซุนจะต้องตายที่นี่จริงๆ?
“อย่า…เสียพลังเปล่าเลย ซูเฉิน ข้าอาจจะ…ต้องตายจริงๆ เจ้าเป็นอัจฉริยะ นิกายเทียนเต๋าจะต้องพึ่งเจ้าในอนาคต…”
แววตาของเฉินเชียนซุนเต็มไปด้วยความอาลัยอาวรณ์ เสียงของนางอ่อนแรงอย่างถึงที่สุด
“ข้าไม่อนุญาตให้เจ้าพูดแบบนั้น! เจ้าจะตายไม่ได้เด็ดขาด!!!”
ซูเฉินคำราม ดวงตาเต็มไปด้วยหยาดน้ำตา ใบหน้าเปียกโชก
“ซุนฉีหยาง เจ้าน่ะสมควรตาย!!!”
ขณะนั้นเอง ลั่วเสวียนที่ลอยอยู่กลางเวหาได้บรรลุขอบเขตนักบุญยุทธ์อย่างสมบูรณ์ บาดแผลทั้งหมดของนางฟื้นฟูหมดสิ้น ร่างของนางแผ่พลังกระบี่มหาศาลออกมา
นางหันขวับไปยังซุนฉีหยาง แววตาเต็มไปด้วยเจตนาสังหาร
ฉับพลัน แสงกระบี่เจิดจ้าเปล่งออกมา แฝงกลิ่นอายทำลายล้างทุกสิ่ง ฉีกผ่านอากาศพุ่งไปยังซุนฉีหยาง
นั่นคือการโจมตีที่เปี่ยมไปด้วยความแค้นของลั่วเสวียน ทรงพลังเกินพรรณนา แสงกระบี่ราวกับจะแบ่งฟ้าแยกดินในพริบตาเดียว
สีหน้าของซุนฉีหยางเปลี่ยนทันที ลั่วเสวียนสมกับเป็นนักบุญกระบี่ นางเพิ่งบรรลุขั้นนัก