วามน่าสะพรึงกลัวอยู่หลายส่วน
โคมไฟบนทางเส้นนี้บางดวงยังคงสว่างไสว บางดวงนั้นดับไปเพราะสายลมยามดึกที่พัดผ่านมา นางกำนัลในวังไม่ได้มีมากนักจึงไม่อาจดูแลให้โคมไฟทุกดวงสว่างไสวได้ตลอดทั้งคืน
หลินชิงเวยยกมือขึ้นเท้าสะเอวแล้วทอดถอนใจ คนจำทางไม่เก่งไม่อาจเดินไปไหนยามค่ำคืนได้จริงๆ
ขณะที่นางกำลังจะตัดสินใจเดินย้อนกลับไปเลือกทางแยกอีกทางหนึ่ง พลันได้ยินเสียงลอยมาจากสนามหน้าท่ามกลางกลุ่มต้นไทรที่หนาแน่น ดูเหมือนจะมีเสียงคน
หลินชิงเวยหยุดฝีเท้าแล้วหันกลับไปดู รากของต้นไทรที่โน้มลงมานั้นเหมือนม่านหน้าต่าง บดบังให้ทัศนียภาพเบื้องหลังถูกอำพราง
นางค่อยๆ เดินย่องเข้าไป เดินเข้าไปหาต้นไทรต้นนั้น จากนั้นยื่นศีรษะออกไปดู
ดียิ่งนัก ท่ามกลางแสงจากโคมไฟเก่าคร่ำคร่า เพียงครู่เดียวหลินชิงเวยก็มองเห็นขายาวๆ ขาวๆ ทั้งสี่ข้าง บนพื้นหญ้านั้นถึงกับเป็นชายหญิงคู่หนึ่ง
ไม่ กล่าวให้ถูกต้องก็คือ เป็นคู่ยวนยางท่ามกลางน้ำค้าง[1]คู่หนึ่ง
หญิงสาวถูกชายหนุ่มกดข่มอยู่บนพื้น แม้กระทั่งเสื้อผ้าอาภรณ์ก็ถอดไม่ทันจึงปลดเพียงกางเกงก่อน อาภรณ์ด้านบนเปิดออกเห็นลาดไหล่งดงาม เส้นผมไม่เป็นระเบียบ เครื่องประดับบนศีรษะร่วงหล่น
นางเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงยั่วยวนว่า “คนเลว ดูท่านใจร้อน”
ชายหนุ่มจึงได้แต่หัวเราะเสียงต่ำสองครั้ง กล่าวว่า “คนดี เจ้าใจไม่ร้อน?” จากนั้นโอบเอวอ่อนราวกับงูน้ำนั้นขึ้นมา
หลังจากที่คนทั้งสองเสร็จกิจ จึงสวมเสื้อผ้าอ