าตบไหล่ของท่านอ๋อง คือข้าได้ทำอะไรลงไปแล้ว?”
“ไม่อย่างนั้นเล่า?”
หลินชิงเวยหัวเราะขึ้นมา “ความรู้สึกของท่านอ๋องช่างแม่นยำนัก”
เซียวเยี่ยนหายใจเข้าลึกๆ อีกครั้ง
หลินชิงเวยกล่าวอีกว่า “ข้าได้เทผงยาลงไปเล็กน้อยเมื่อแตะไหล่ของท่าน เพียงแต่ท่านอ๋องไปข้องแวะกับฝ่าบาท หลังจากนั้นฝ่าบาททรงพระประชวร แต่ร่างกายของท่านอ๋องกลับแข็งแรงยิ่ง”
“เจ้าหมายความอย่างไร?”
“ยานั้นมิใช่ยาพิษอะไร มันจะส่งผลให้เกิดอาการปวดท้องเท่านั้น เพียงแต่” หลินชิงเวยหยุดชะงักหันกลับมามองเซียวเยี่ยนด้วยสายตาคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม “ผู้ที่กินยาถอนพิษร่างกายจะเกิดปฏิบัติต่อต้านยาตัวนั้น ท่านอ๋องไม่เป็นอะไรเลยหรือท่านกินยาถอนพิษเช่นกัน? อ้อ..ข้าคิดออกแล้ว มีอยู่คืนหนึ่ง มีบุรุษคนหนึ่งบุกเข้ามาในเรือนของข้า หรือ…”
“เปิ่นหวางไม่รู้ว่าเจ้ากำลังพูดอันใดอยู่”
ครั้งนี้เปลี่ยนเป็นเซียวเยี่ยนที่เดินอยู่ข้างหน้า หลินชิงเวยจึงพยายามก้าวตามพลางกล่าวขึ้นอย่างอารมณ์ดีว่า “พระอาการตัวร้อนไข้ขึ้นของฮ่องเต้น้อย เป็นเพราะประจวบเหมาะกับยาของข้าที่ไปกระตุ้นพิษที่ตกค้างอยู่ในร่างกาย ภายในร่างกายของเขายังมีพิษตกค้างอยู่ไม่น้อย เมื่อสักครู่ข้าเพียงแต่ถอนพิษในส่วนที่จำเป็นให้กับเขา ข้าบอกแล้วว่าต่อไปท่านจะมีเรื่องที่ต้องมาขอร้องข้าอีกมาก”
เซียวเยี่ยนเดินอยู่ข้างหน้าด้วยฝีเท้าไม่ช้าไม่เร็ว ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่ ตลอดทางคนทั้งสองพูดจากันน้อยยิ่ง