านั้นมีท่าทางการเดินเหินชดช้อย บิดไปบิดมายิ่ง หลินชิงเวยเดินอย่างระมัดระวัง รักษาท่าที สายลมที่พัดลู่ทำให้เห็นรูปร่างของนาง ราวกับกิ่งหลิวในต้นฤดูวสันต์ที่เพิ่งจะแตกยอดอ่อน สั่นสะท้านเบาๆ เขาหรี่ตาลง กลับคิดว่า…นางงดงามกว่าเหล่าสตรีที่เดินเหินชดช้อยเหล่านั้น
หลินชิงเวยรับรู้ได้ถึงสายตาของเซียวเยี่ยน จึงเงยหน้าขึ้นมองไป ไม่เลว ชายหนุ่มผู้นั้นกำลังมองตนเองอยู่ ดังนั้นนางไม่เอ่ยวาจาใดๆ แต่กลับกระพริบตาปริบๆ เล่นหูเล่นตากับเขาครั้งหนึ่ง
เซียวเยี่ยนเกิดโทสะ การเล่นหูเล่นตายังทำได้อย่างไร้เดียงสานัก
ต่อมาเมื่อผ่านศาลาแห่งหนึ่ง หลินชิงเวยหันไปกล่าวกับซินหรูยิ้มๆว่า “เดินเหนื่อยแล้ว พวกเราเข้าไปนั่งพักสักครู่เถิด”
ศาลาแห่งนั้นอยู่ริมสระ นั่งอยู่ด้านในหันกลับมาก็จะมองเห็นสระสีเขียวมรกตใสราวกับกระจกที่กำลังถูกสายลมพัดผ่านให้เกิดคลื่นบนผิวน้ำ
ซินหรูมองไปรอบๆ จึงเห็นเซียวเยี่ยนกำลังยืนอยู่ไม่ไกลนัก จึงกล่าวว่า “แม้ซินหรูจะคิดว่าความคิดนี้ของพี่สาวไม่เลวนัก แต่ทำเช่นนี้…ไม่ดีกระมังเจ้าคะ” ทันทีที่กล่าวจบ หลินชิงเวยกลับจับมือซินหรูหันกายเดินเข้าไปในศาลา ซินหรูกล่าวอีกว่า “แต่เซ่อเจิ้งอ๋องกำลังรออยู่นะเจ้าคะ…”
“ให้เขารอไป”
[1] ชั่วยาม 1 ชั่วยาม เท่ากับ 2 ชั่วโมง