เเค่ 2 คนเเรกคือ ศิษย์พี่จางหย่ง ส่วนคนที่ 2 ก็คือศิษย์พี่จางเหว่ยใช่ไหม”
“อย่างน้อยก็ดีที่เจ้ายังพอรู้อยู่บ้าง ถ้าเจ้ากับข้าไม่ได้ฝึกมาด้วยกัน ข้าคงคิดว่าเจ้าเป็นศิษย์ใหม่ที่พึ่งเข้ามาปีนี้เเล้ว”
“เเน่นอน ถ้าข้าไม่รู้จักศิษย์พี่ทั้งสอง ข้ายอมเอาหัวไปโขกเต้าหู้ตายเสียยังดีกว่า ศิษย์พี่จางหย่งนั้นฉายาเลื่องลือไปในหมู่ศิษย์ใหม่
ด้วยวีรกรรมของเขาที่สามารถล้มศิษย์ใหม่ 10 คนได้ด้วยตัวคนเดียว โดยที่เเม้เเต่เสื้อยังไม่เปื้อนฝุ่นสักนิด”
“ใช่เเล้ว นั่นเป็นเรื่องก่อนที่เจ้ากับข้าจะเข้าสำนัก เเต่ถึงเเม้จะอย่างนั้นฉายาพยัคฆ์ร้ายเเซ่จางก็ยังคงโด่งดังในศิษย์สายนอก จนกระทั่งถึงรุ่นล่าสุดที่เริ่มจางลงเเล้ว”
“ศิษย์พี่จางหย่งก็สมกับฉายานี้เเล้วจริง ๆ ส่วนศิษย์พี่จางเหว่ยถ้าข้าจำไม่ผิดเหมือนเขาจะมีฉายาเช่นเดียวกับศิษย์พี่จางหย่ง”
“เเน่นอนอยู่เเล้ว ศิษย์พี่ทั้งสองมาจากตระกูลเดียวกัน ฉายานี้สื่อถึงว่าถ้าทั้งคู่ร่วมมือกัน เเม้เเต่ผู้อาวุโสบางส่วนยังต้องวั่นเกรงถึง 3 ส่วน”
ฉางกวงที่เดินมาได้ยินพอดี เขาก็ไม่คิดขัดขวางอันใด ตั้งใจฟังเงียบ ๆ เเววตาเปล่งประกายใคร่รู้
พอศิษย์พี่ทั้ง 2 เห็นว่าฉางกวงมาฟังบทสนทนาของตน จึงเหลือบมองฉางกวงอยู