เสียงฝีเท้านั้นเดินมายังทิศทางที่พักฉางกวงเเม่นราวกับรู้ว่าเขาอยู่ตรงนี้ พอมาถึงตรงจุดวงอักขระที่ฉางกวงวาดไว้ เสียงฟืดฟาดดังขึ้นอย่างงุนงง ฝีเท้าเป็นกลุ่มก็ได้กระจายกันไปทั่วบริเวณที่พักของเขา บ้างก็เข้ามาใกล้ที่พักเขา บ้างก็อยู่นอกวงอักขระ
“หึ เสร็จข้าหล่ะ” ฉางกวงเห็นว่าในวงอักขระของตนนั้นมีหมาป่าขนปุยสีขาวปรอท ดวงตาสีฟ้าเปล่งประกาย อยู่ 2 3 ตัว
ก็พลันเขียนอักขระกลางอากาศ วงอักขระบนพื้นเปล่งประกายราวกับตอบสนองอักขระบนอากาศเริ่มกางม่านเเสงสีขาวเหมันต์เเซมสีดำอักขระ ห่อหุ้มยังที่พักของฉางกวง หมาป่าขาวปรอท 2 3 ตัวที่อยู่ด้านในเมื่อรู้ตัวก็ช้าไปเสียเเล้ว ส่วนหมาป่าด้านนอกที่ตอนนี้ไม่มีตัวใดอยู่ใกล้บริเวณนี้เลย วงอักขระจึงกลายเป็นกรงขังอย่างสมบูรณ์เเบบ
“พลังกายของเจ้าพวกนี้ที่ข้าสัมผัสได้ คงพอๆกับขั้น 3” ฉางกวงรู้สึกยุ่งยากอยู่ไม่น้อย เเต่ถ้าจัดการหมาป่ากลุ่มนี้ไม่ได้ ย่อมมีปัญหาตามมาในภายหลังเเน่นอน
เขาไม่รอช้าพลันร่าย ‘เหมันต์จู่โจม’ ที่ตอนนี้เข้าใกล้ขั้น 2 เหมันต์พิโรธเป็นอย่างมาก เเละด้วยสภาพเเวดล้อมส่งเสริมทำให้เขาสามารถเเปลงประกายเหมันต์เป็นรูปร่างคล้ายกับน้ำเเข็งย้อยสีฟ้าใสดูเเหลมคมเปล่งประกายพุ่งไปยัง