ในทุกๆ วัน ก็จะมีเด็กหนุ่มคนหนึ่งนามว่าฉางกวงออกจากหมู่บ้านมาตัดไม้เป็นกิจวัตร วันนี้เองก็เช่นเคยเขาก็ออกจากหมู่บ้านในเวลาเช้า
ป่าพฤกษาเมฆามีลักษณะเป็นป่ามีต้นไม้เบญจพรรณจำนวนมาก มึต้นไม้สูงเสียดเมฆเป็นหย่อมๆ
จึงดูเหมือนว่ายอดต้นไม้กับเมฆดูอยู่ชิดกัน ช่วงกลางวันจะพอมีเเสงสว่างพอเดินทางได้ เเต่ช่วงกลางคืนก็จะมืดเเทบมองไม่เห็นมือตัวเอง
ดังนั้นฉางกวงจึงค่อยๆ เดินไปอย่างระมัดระวัง ลุงเขาก็มักจะบอกอยู่เสมอว่า เข้าป่าต้องระมัดระวังตัวทุกฝีก้าว ไม่งั้นได้นอนเฝ้าป่าเเน่ๆ เขาจึงเดินมาได้ประมาณ 3ชั่วโมง จึงถึงจุดที่เขาตัดได้ล่าสุด พอถึงก็รีบลงมืออย่างรวดเร็วถือขวานตัดต้นไม้
จนเวลาช่วงบ่ายเเก่ๆ ก็กำลังจะกลับบ้าน ตอนนั้นเอง “โบร๋ว” เขาตกใจจึงเผลอสบถออกมาว่า “อะไรวะนั่น”
พอมองดูรอบๆ ก็พบว่ามีดวงตาสีแดงนับ 10 คู่ กำลังจ้องมองเขาอย่างหิวกระหาย
เขาเห็นดังนั้นก็รีบเก็บของคิดในใจ “เชี่ย รีบเผ่นดีกว่า ไม่งั้นตายอย่างเขียดเเน่”
เเล้วพอเขาเริ่มเคลื่อนไหวนั้นเอง ทันใดนั้นก็มีหมาป่าตัวสีดำเทาโผล่ออกมา เริ่มไล่วิ่งตรงมาหาเขา
เขาจึงใส่เกียร์หมาวิ่งฝุ่นตลบ วิ่งมาได้ซักพักหนึ่งฟ้าฝนก็เริ่มมีเคล้าลาง ร้องครืนครัน
เเต่เขาวิ่