แม้จะอยู่บนรถม้า แต่เพราะหลงเทียนอวี้ออกคำสั่งเอาไว้ ดังนั้นจดหมายลงตราปิดผนึกจึงถูกส่งถึงมือหลินเมิ้งหยาไม่ขาดสาย
ทุกครั้งที่หลินเมิ้งหยาเปิดกระดาษจดหมายสีเหลืองอ่าน หัวคิ้วของนางมักจะขมวดเข้าหากันแน่น
ใบหน้านวลฉายแววโศกเศร้าอยู่หลายส่วน
แม้หลงเทียนอวี้จะรู้สึกเจ็บปวด แต่เขารู้ดีว่าเหตุที่หลินเมิ้งหยามีท่าทางเช่นนี้ก็เพราะโรคประหลาดในคราวนี้
“เหนื่อยแล้วหรือไม่ พักสักหน่อยเถิด”
ตั้งแต่ฟ้ามืดจนตะวันทอแสง นอกจากเวลากินและนอนแล้ว หลินเมิ้งหยาล้วนนั่งวิเคราะห์สถานการณ์ในสถานที่เกิดโรคระบาด
ยิ่งรู้มากขึ้น นางยิ่งรู้สึกว่าโรคระบาดในคราวนี้น่าประหลาดยิ่งนัก
ไม่เพียงแพร่เชื้อได้อย่างรวดเร็ว แต่ยังทำให้อาการทรุดหนักในเวลาอันสั้นอีกด้วย ยิ่งไปกว่านั้นอาการของผู้ติดเชื้อยังแตกต่างกัน
ยกตัวอย่างเช่นไข้ทรพิษ แม้จะมีการแพร่เชื้อสู่วงกว้าง แต่ถึงกระนั้นคนที่มีร่างกายแข็งแรงก็ไม่ติดเชื้อ
แต่โรคระบาดในคราวนี้แตกต่างออกไป
จดหมายที่คนของหลงเทียนอวี้นำมาส่งระบุว่าทันทีที่โรคระบาดในคราวนี้แพร่กระจาย ผู้บริสุทธิ์จำนวนมากต้องล้มตาย
ตั้งแต่ผู้เฒ่าอายุแปดสิบปีขึ้นไปหรือแม้กระทั่งทารกแรกเกิดก็ล้วนติดเชื้อด้วยกันทั้งสิ้น ดังนั