“ซู่เหมย….นางเสียสติไปแล้ว ข้าหยุดหรือช่วยนางไม่ได้อีกแล้ว”
ใบหน้าหงอวี้เปี่ยมไปด้วยความโศกเศร้า น้องสาวผู้ใสซื่อไร้เดียงสาในความทรงจำกลายเป็นคนแบบนี้ไปเสียแล้ว
น้ำตารินไหลแต่ไร้เสียงสะอื้น
ตลอดหลายวันมานี้นางคิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า หากตอนนั้นนางไม่แสดงตัวกับซู่เหมย เรื่องราวจะเปลี่ยนไปจากตอนนี้หรือไม่?
ทว่าใครจะเก็บน้ำที่เททิ้งไปแล้วได้เล่า ตอนนี้ซู่เหมยเสียสติไปแล้ว แม้นางจะอยากช่วยเหลือ แต่ก็คงมิอาจทำได้
หงอวี้ร้องไห้คร่ำครวญอยู่ครู่หนึ่ง หลินเมิ้งและอาซิ่วไม่รู้ว่าควรปลอบใจนางเช่นไร
โชคดีที่นางเป็นผู้หญิงเข้มแข็ง แม้ความเจ็บปวดจะมากกว่านี้ แต่นางก็มักจะเก็บซ่อนเอาไว้ในใจ
“อันที่จริงเหตุที่ซู่เหมยเปลี่ยนไปเช่นนี้ก็เพราะความคิดเพ้อฝันในใจของนาง พวกเจ้าเองก็เห็นแล้ว คฤหาสน์หลังนี้มิต่างอันใดจากนรก ส่วนซู่เหมยก็ยิ่งเหมือนปีศาจร้ายมากขึ้นทุกที”
ขณะเอ่ยถึงคฤหาสน์หลังนี้ หงอวี้กัดฟันแน่น
แม้ซู่เหมยจะทำผิด แต่หากไม่ได้มีการชักจูงจากเจ้าของคฤหาสน์หลังนี้ เช่นนั้นซู่เหมยจะยอมขายวิญญาณของตนเองเช่นนี้ได้อย่างไร?
เมื่อครู่หลินเมิ้งหยาได้ยินซู่เหมยเอ่ยว่ามีคนรับปากจะส่งนางไปอยู่ที่จวนอวี้
ยิ่งไปกว่านั้นยังสามาร