ามองอีกหนหนึ่ง เมื่อมั่นใจแล้วว่าไม่มีเบาะแสเพิ่มเติม พวกเขาจึงพากันกลับไปยังจวนไท่จื่อ
เรื่องราวซับซ้อนกว่าที่นางคิดไว้มาก
ภายในห้อง หลินเมิ้งหยาไล่ดูภาพเหตุการณ์ในสถานที่เกิดเหตุ
นางมักรู้สึกว่ามีมือที่มองไม่เห็นคอยบงการเรื่องเหล่านี้
เริ่มตั้งแต่เชื้อพระวงศ์แห่งต้าจิ้นและเรื่องราวมากมายที่ฮองเฮาและไท่จื่อลงมือทำ
ความอันตรายเปรียบดั่งเงาตามตัว เมื่อลองหวนนึกดูตอนนี้ก็อดที่จะรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องเหลือเชื่อไม่ได้
เรื่องเหล่านี้ทำให้นางรู้สึกทำอะไรไม่ถูก แม้จะอยากจับจุดให้ชัดเจนแต่ก็มิอาจทำได้
หากมีใครหรือคนบางกลุ่มคอยบงการอยู่เบื้องหลังแล้วล่ะก็ นางเองก็อดที่จะรู้สึกกลัวไม่ได้
“จวิ้นจู่ คนที่ออกไปสืบข่าวกลับมาแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
อวี้อันเดินเข้ามายืนตรงหน้าด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
“โอ้? เป็นอย่างไรบ้าง?”
หลินเมิ้งหยาหันไปมองเขา อยู่ๆ ก็รู้สึกกระวนกระวายใจ
“คนที่ออกไปสืบข่าวรายงานว่าหลังจากคุณชายจูกลับไป เหตุเพราะบาดแผลไม่อาจรักษาได้จึงสิ้นชีพไปในที่สุดพ่ะย่ะค่ะ”
คำพูดของอวี้อันราวกับสายฟ้าฟาด
ตายไปแล้ว? เป็นไปได้อย่างไร?
หากมองจากบาดแผลของคุณชายจู คาดว่ารักษาเพียงไม่กี่วันก็หายแล้ว
แล้วเหตุใดเขาจึ