“เช่นนั้นก็ดี หากเจ็บก็บอกข้าได้ ไม่จำเป็นต้องอดกลั้น”
หลงเทียนอวี้ขยับเข้าใกล้ด้วยท่าทางเป็นธรรมชาติพร้อมทั้งห่มผ้าให้นาง เส้นผมของเขาทิ้วตัวระใบหน้าของหลินเมิ้งหยาโดยไม่ตั้งใจ แม้จะรู้สึกคันหน้าอยู่บ้าง แต่ถึงกระนั้นมือซ้ายก็เอื้อมไปม้วนผมเขาเล่นอย่างอารมณ์ดี มุมปากฉีกยิ้มกว้างขณะสบตากับเขา
“อย่าซุกซนนัก”
หลงเทียนอวี้เหลือบมองหนึ่งหน ทว่าสายตาอ่อนโยนทำให้ใบหน้าของหลินเมิ้งหยาแดงก่ำ
นับตั้งแต่วันที่ได้รับบาดเจ็บ ราวกับว่าความสัมพันธ์ของพวกเขาทั้งสองผูกพันใกล้ชิดกันมากขึ้น
แม้จะยังไม่คุ้นชิน ทว่าหลินเมิ้งหยามิอาจหลีกเลี่ยง เหตุเพราะนางเป็นคนป่วย ดังนั้นย่อมต้องมีคนดูแลมิใช่หรือ?
เมื่อมีข้ออ้างเช่นนี้ หลินเมิ้งหยาจึงพักผ่อนอย่างสบายใจ มือยังคงลูบไล้เส้นผมของเขาเล่น
ไม่แน่ใจว่านางตั้งใจหรือไม่ ทว่าหลงเทียนอวี้กลับไม่โกรธ เขาปล่อยให้นางเล่นเส้นผมของตนเองอย่างอิสระ
เขานั่งลงข้างเตียงโดยไม่เอ่ยอันใด ทั้งที่สีหน้าท่าทางเคร่งขรึม แต่เพียงได้เห็นดวงตาเปล่งประกายราวหยดน้ำคู่นั้นกลิ้งกลอกไปมา หัวใจของเขากลับรู้สึกสงบ
“จริงสิ หญ้าหลงสิงถูกส่งไปยังต้าจิ้นหรือยังเพคะ?”
แม้จะไม่มีเรื่องให้สนทนาแล้ว แต่หลินเม