“มีธุระ?”
หลินเมิ้งหยาหันไปเห็นหลงเทียนอวี้ที่ยืนอยู่หน้าประตู
เขาผงกศีรษะลงแล้วเดินมาหยุดตรงหน้านาง หลงเทียนอวี้เพิ่งพบว่าเขาจนคำพูดนัก
ต้องอธิบายเช่นไรนางจึงจะเชื่อว่าเมื่อคืนเขาดื่มจนเมาแต่เพียงเท่านั้น อีกทั้งเขายังไร้ความทรงจำในหุยชุนฟางโดยสิ้นเชิง
ฝ่ามือหลงเทียนอวี้ชุ่มไปด้วยเหงื่อ หัวใจเต้นไม่เป็นระส่ำ ครั้งเมื่อออกรบสังหารศัตรูตอนอายุสิบห้าปียังไม่เคยรู้สึกประหม่าเช่นนี้เสียด้วยซ้ำ
“อันที่จริงเมื่อคืน….”
ตรึกตรองอยู่ครู่หนึ่ง หลงเทียนอวี้ตัดสินใจเปิดปากกล่าว แต่พูดไปได้เพียงไม่กี่คำก็ถูกขัด
“น้องหยวนทั้งสอง ท่านกัวเชิญพวกเจ้าลงไปปรึกษาด้านล่าง”
เหวินสือปรากฏตัวขึ้นที่หน้าประตูทั้งสองสบตากันก่อนจะหันไปพยักหน้าให้
“เข้าใจแล้ว อีกเดี๋ยวพวกเราจะลงไป ลำบากพี่เหวินแล้ว”
ตอนนี้หาใช่เวลาพูดเรื่องไร้สาระ
แม้จะรู้ว่าตนเองตกอยู่ในอันตราย แต่การหนีอุตลุดเอาตัวรอดมิใช่วิสัยของนางเลยแม้แต่น้อย
หลินเมิ้งหยาพยายามยับยั้งความสงสัยในใจ ตอนนี้นางเดินทางมาไกลเกินกว่าจะถอยหลังกลับแล้ว
เช่นนั้นมาลองสู้กันดูสักตั้ง!
ที่ชั้นล่าง เด็กสาวร่าเริงแจ่มใสอย่างอาซิ่วนั่งรวมตัวกันกับทุกคนแล้ว มุมปากหยักยิ้ม ดวงตาหรี่เ