ึงเลยว่านางกับลูกชายจะมีชีวิตที่น่าอดสูเช่นนี้
ถือของเดินเข้าไปทางเรือนทรุดโทรมเงียบๆ เมื่อมาถึงประตูไม้ซึ่งกำลังโอนเอนไปมาตามแรงลม หลินเมิ้งหยาเคาะประตูเบาๆ
“เถียนมามาอยู่หรือไม่?”
เสียงของเถียนมามาซึ่งอยู่ภายในพลันตอบกลับมา
“นั่นใคร?”
มือหยาบกร้านเหี่ยวย่นเปิดประตูออกช้าๆ ก่อนจะได้เห็นร่างบางภายใต้เสื้อคลุม ร่างกายของนางชะงักแข็งค้างอยู่กับที่
“หยาเอ๋อร์…ไม่สิ พระชายา เหตุใดจึงมาอยู่ที่นี่ล่ะเจ้าคะ?”
มิอาจยินยอมเรียกชื่อจริงของหลินเมิ้งหยาอย่างไร้มารยาทได้
เถียนมามารีบเปิดประตูออกกว้าง สายตาตกตะลึงจ้องมองใบหน้าเปื้อนยิ้มของหลินเมิ้งหยา
“ที่นี่หาได้มีพระชายาไม่ มีเพียงหยาเอ๋อร์ของท่าน ป๋ายจื่อ เจ้ารีบนำของออกมาเร็ว มามา ข้ารู้ว่าพี่ชายป่วยหนัก ฉะนั้นข้าจึงมาเยี่ยม”
หลินเมิ้งหยาประคองเถียนมามาเข้าไปในเรือน
เมื่อได้เห็นผนังกำแพงทั้งสี่ทิศ จมูกของนางพลันแสบร้อน
เพราะเหตุนี้พี่ชายจึงป่วยไม่หาย เถียนมามาไม่รู้วิธีการดูแลผู้ป่วย
คาดว่าเงินทองของเรือนนี้คงร่อยหรอเต็มที แม้แต่ชุดที่เถียนมามาสวมใส่ยังถูกปะชุนซ้ำแล้วซ้ำเล่า
หัวใจของหลินเมิ้งหยารู้สึกเสมือนถูกบีบเค้น