ะตูหลัง ซ่างกวนฮุ่ยสวมผ้าคลุมปิดบังใบหน้า วันนี้นางไม่ได้สวมชุดหรูหรางดงาม แต่กลับสวมเพียงเสื้อผ้าธรรมดา
พวกบ่าวในตำหนักล้วนถูกป๋ายซ่าวไล่ออกไปแล้ว
ฉะนั้นนอกจากหลินเมิ้งหยาและสาวใช้ประจำกายก็ไม่มีใครรู้ว่าผู้มาเยือนคือหญิงสาวเลื่องชื่อในเมืองหลวง ซ่างกวนฮุ่ย
“ท่านพี่รีบมานี่เร็ว ข้ารอท่านนานแล้ว”
หลินเมิ้งหยายิ้มหวานขณะออกไปต้อนรับ
ปิดประตูตำหนัก ซ่างกวนฮุ่ยปลดผ้าคลุมหน้าลง ใบหน้าสีชมพูระเรื่อแย้มยิ้มอ่อนหวานระคนอึดอัด
หลังจากทั้งสองถวายคำนับซึ่งกันและกัน หลินเมิ้งหยาจึงไปรับนางมานั่งที่ศาลา
คานไม้แกะสลักสวยงาม บนโต๊ะมีชาและขนมมากมาย ทว่ากลับมิได้ดึงดูดความสนใจของซ่างกวนฮุ่ยเลยแม้แต่น้อย
ร่างบางนั่งลงบนเก้าอี้หินก่อนจะรับชาจากป๋ายจี ทว่าดวงตาของนางหลุบต่ำ พร้อมทอดถอนหายใจ
“เฮ้อ ในที่สุดเจ้าก็ออกจากวังเสียที หากเจ้ายังไม่ออกมา ข้าคงไม่รู้ว่าจะระบายความทุกข์กับใคร”
หลินเมิ้งหยานั่งอยู่ฝั่งตรงกันข้ามกับนาง สายตาเหลือบมองซ่างกวนฮุ่ย
“เหตุใดจึงเอ่ยเช่นนี้ พี่ซ่างกวนเป็นคนจิตใจดี ไม่ทราบว่ามีเรื่องอันใดทำให้ท่านหนักใจหรือ?”
หากเทียบเรื่องกลอุบายแล้ว ซ่างกวนฮุ่ยเก่งกว่าหลินเมิ้งหยามาก
เหตุเพราะนางสามารถเอาตัวรอดอยู่ในสกุลซ่างกวนได้ อีกทั้งยังมีจุดยืนของตนเองอย่างชัดเจน สิ่งนี้เป็นเครื่องพิสูจน์ได้เป็นอย่างดี
หากหลินเมิ้งหยาคนก่อนเฉลียวฉลาดได้อย่างซ่างกวนฮุ่ย คาดว่านางคงไม่ตายในเกี้ยวเจ้าส