“เฮ้อ พวกกระหม่อมไร้ความสามารถในรักษาพระอาการของฮ่องเต้ให้กลับมาเป็นปกติได้ หากมิใช่เพราะพระชายายอมลดตัวลงมาเพื่อตรวจสอบความจริงในข้อนี้ด้วยตนเองแล้วล่ะก็ เกรงว่าคนภายนอกคงครหาว่าพวกหมอหลวงมิได้พยายามรักษาพระอาการของฮ่องเต้เป็นแน่”
ที่แท้หลินเมิ้งหยาเองก็ดูอาการประชวรของฮ่องเต้ไม่ออก ฉะนั้นซูถงจึงแสร้งทำท่าทางเจ็บปวดใจ
จากนี้ไปคงไม่มีใครสงสัยพวกเขาอีกแล้ว
“ใต้เท้าซูเกรงใจเกินไปแล้ว ข้าแค่ได้รับการไหว้วานจากท่านอ๋องแต่เพียงเท่านั้น เหตุเพราะท่านอ๋องของข้ารักและกตัญญูต่อฮ่องเต้มาก”
หลินเมิ้งหยาไม่อยากเสียเวลาพูดจาไร้สาระ หลังจากเหลือบมองซูถงแล้ว นางจึงเก็บรายงานชีพจร
แต่เมื่อนึกถึงรายงานชีพจรขึ้นมา นางรู้สึกตะขิดตะขวงใจเล็กน้อย
รายงานชีพจรฉบับจริงจะต้องถูกเสี่ยวเฟิงเอาไปอย่างแน่นอน แต่เจ้านั่นตายไปแล้ว ดังนั้นนางจึงไม่อาจถามหาเอาความได้
ฉะนั้นนางจึงทำได้เพียงเก็บซ่อนความสงสัยเอาไว้
สรุปแล้วบันทึกชีพจรฉบับจริงอยู่ที่ใคร?
หากอยู่ในมือของฮองเฮาหรือไท่จื่อ เช่นนั้นนางยังพอจะวางใจได้ แต่ถ้าหากตกอยู่ในมือของเหล่าศัตรูแล้วล่ะก็ บางทีพวกเขาอาจไม่ประสงค์ดีต่อฮ่องเต้
หลินเมิ้งหยาครุ่นคิด ก่อนจะตัดสินใจแอบสืบเรื่องนี้ด้วยตัวเอง
ไม่ว่าหลงเทียนอวี้หรือท่านพ่อจะเข้ามายุ่งกับเรื่องนี้ไม่ได้
“พระชายารับสั่งเช่นนี้ก็เหมือนกระหม่อมเป็นคนอื่น ถึงอย่างไรกระหม่อมเองก็อยู่ในสมรภูมิรบเดียวกันกับพระชายา ต่อ