ลซ่างกวนมิใช่หรือ หากสกุลเฉินถูกทำลาย นั่นก็นับเป็นเรื่องดี เหตุเพราะเสาค้ำจุนสกุลซ่างกวนก็จะหายไปหนึ่งต้น”
หลินหนานเซิงยังไม่เข้าใจความหมายที่แท้จริงของหลินมู่จือ หลินเมิ้งหยาครุ่นคิด สีหน้าเปลี่ยนไป ดูเหมือนนางจะเดินหมากพลาดไปหนึ่งตาแล้ว
“ดูเหมือนเสี่ยวหยาจะเข้าใจแล้ว เจ้าลองบอกพี่ชายเจ้าหน่อยเถิด”
หลินมู่จือส่ายหน้า แม้หนานเซิงจะเป็นนักรบที่เก่งกาจ ชั้นเชิงในการรบไม่เลว แต่เพราะความแค้นเขาจึงเดินหมากพลาดไปแล้ว
ผิดกับเสี่ยวหยา แม้นางจะไร้ซึ่งวรยุทธ์ แต่กลับมีความเฉลียวฉลาด
“ท่านพ่อหมายความว่าแม้สกุลเฉินจะสวามิภักดิ์ต่อสกุลซ่างกวน แต่ก็เป็นเพียงการพึ่งพาอาศัยกัน สกุลเฉินมีอำนาจทางการทหารส่วนหนึ่งในกำมือ ดังนั้นพวกเขาจึงสามารถปกป้องชีวิตขององค์ชายห้าเอาไว้ได้ แต่วันนี้องค์ชายห้ากลับถูกลงโทษ หากคิดจะรักษาชีวิตของเขาเอาไว้ เช่นนั้นสกุลเฉินต้องนำอำนาจทางการทหารเข้าแลก เท่านี้สกุลเฉินไม่เพียงจะเสียอำนาจ แต่ยังถูกสกุลซ่างกวนรวบอำนาจไปจนหมด”
หลินมู่จือพยักหน้า เสี่ยวหยาเป็นเด็กฉลาดหาตัวจับยาก
“ยิ่งไปกว่านั้นตลอดหลายปีที่ผ่านมา สกุลซ่างกวนทำเรื่องชั่วช้ามากมาย หากสกุลเฉินถูกทำลายลงแล้วล่ะก็ พวกเจ้าคิดว่าใครจะได้เป็นผู้สืบทอดอำนาจเหล่านั้นต่อ?”
คำพูดของหลินมู่จือทำให้ลูกทั้งสองเงียบลง
เหตุเพราะท่านพ่อพูดถูก หากสกุลเฉินถูกทำลาย เช่นนั้นคนที่รู้สึกดีใจคงมิพ้นสกุลซ่างกวน เพียงเท่านี้ สกุลเฉิน