านั้น พวกเขาอาจจะโจมตีฮองเฮากลับเสียด้วยซ้ำ
นี่คือบทสรุปที่แยบยล
ทว่านางกับพี่ชายเดินหมากพลาดจนแผนการของท่านพ่อและอ๋องทั้งสองผิดพลาดไป
“ลูกเข้าใจแล้วขอรับ ลูกเป็นฝ่ายผิดเอง ท่านพ่อได้โปรดลงโทษด้วย”
หลินหนานเซิงเลิกดึงดันตามความคิดของตนเอง ทุกครั้งที่อยู่ในสนามรบ ท่านพ่อมักเอ่ยว่าเขาจะต้องมองยุทธศาสตร์การรบในภาพรวมเพื่อมิให้เกิดข้อผิดพลาดแม้แต่จุดเดียว ทุกครั้งที่ท่านพ่อเป็นผู้วางแผน เขามักหลอกล่อศัตรูได้เสมอ ยิ่งไปกว่านั้นเขาไม่เคยรบแพ้เลยสักครั้งเดียว
ตอนนี้เขาเพิ่งเข้าใจว่านั่นมิใช่เพราะบุญวาสนาหรือโชคช่วย แต่เพราะความฉลาดเฉลียวและไหวพริบของท่านพ่อที่ทำความเข้าใจกำลังในการรบของศัตรูต่างหาก
“เข้าใจก็ดีแล้ว อันที่จริงแม้เจ้าจะกระทำการอุกอาจไปบ้าง แต่มันก็หาใช่การเดินหมากผิดพลาดไปเสียทีเดียว”
หลินมู่จือไม่เคยคิดกล่าวโทษการกระทำของลูกชายเลยแม้แต่น้อย เขาเพียงแค่อยากสั่งสอนลูกชายก็เท่านั้น ต่อจากนี้ไปเขาจะได้ระมัดระวังในการกระทำของตนเองมากขึ้น
“หมายความว่าอย่างไรหรือขอรับ?” หลินหนานเซิงร้อนใจเป็นอย่างมาก แม้แต่หลินเมิ้งหยาเองก็เดาความคิดของพ่อตนเองไม่ออก เขาจะพลิกสถานการณ์เลวร้ายนี้เป็นเรื่องดีได้อย่างไร?
“สุดท้ายเรื่องที่ตำหนักเจาเหอถูกไฟไหม้ก็จะกลายเป็นสาส์นจากสวรรค์ แล้วเหตุใดสวรรค์จู่ๆ ก็ลงโทษเช่นนี้เล่า? บางทีนี่อาจจะเป็นคำเตือนจากสวรรค์ก็ได้”
ดวงตาของหลินเมิ้งหยาเปล่งประกาย ชาติ