แสงไฟจากค่ายทหารสาดส่องกระทบสายตาของหลินเมิ้งหยา
ในที่สุดก็ถึงแล้ว! หัวใจของหลินเมิ้งหยาผ่อนคลายลงเล็กน้อย
ภายใต้ความมืด ค่ายทหารยังคงมีการตรวจขันอย่างเข้มงวด อีกทั้งมีทหารคอยลาดตระเวนตลอดเวลา
“ใครกัน? กล้าดีอย่างไรจึงมาที่ค่ายทหารแห่งนี้”
ม้าของทั้งคู่หยุดลง เสียงเย็นชาตะคอกใส่พวกเขา
“ข้าคือองค์ชายของฮ่องเต้นามว่าหลงเทียนอวี้ ข้าต้องการเข้าพบแม่ทัพหลินของพวกเจ้า”
หลงเทียนอวี้ดึงป้ายแขวนเอวขึ้นมาแล้วโยนให้ทหารเฝ้าประตู
“ท่านอ๋องได้โปรดรอสักครู่ ข้าน้อยจะรีบไปรายงานท่านแม่ทัพเดี๋ยวนี้”
แม้หลงเทียนอวี้จะแสดงป้ายประจำตัวไปแล้ว ทว่าทหารองครักษ์เฝ้าหน้าประตูยังมิปล่อยให้พวกเขาเข้าไปในทันที
หลงเทียนอวี้กวาดสายตาสำรวจค่ายทหาร หลงชิงหานได้รับข่าวมาว่าหลินหนานเซิงถูกลอบสังหาร
ทว่าค่ายทหารที่มีการคุ้มกันแน่นหนาขนาดนี้ไม่น่าจะเกิดเรื่องเช่นนั้นขึ้นได้
สมองประมวลผลอยู่ครู่หนึ่ง หลินเมิ้งหยาแอบมองลอดแสงไฟเข้าไปในค่าย หัวใจที่เคยสั่นระรัวพลันสงบนิ่งลง
“วางใจเถิด หากเกิดเรื่องกับแม่ทัพหลิน ในค่ายคงไม่สงบนิ่งเช่นนี้”
เสียงเรียบถูกส่งออกมาจากเหนือตัวนาง
หลินเมิ้งหยามองทางหลงเทียนอวี้ พยักหน้า ก่อนจะซุกตัวอยู่ในเสื้อคลุมของเขาอีกครั้ง
“ท่านอ๋องอวี้ เมื่อครู่กระหม่อมเสียมารยาทเกินไปแล้ว ท่านแม่ทัพเชิญพระองค์เสด็จพ่ะย่ะค่ะ”
ทหารที่ออกไปรายงานเมื่อครู่วิ่งกลับเข้ามา
ทหารที่ติดตามสกุลหลินล้วนมีความทะนงต