ยังเหงื่อออกท่วมตัว“ไป ไปดูศพที่เรือนเล็กก่อน”มองดูท่าทางองครักษ์แล้วไท่จื่อจึงไม่กล้าดูศพนี้เขาหมุนตัวเดินตามองครักษ์ไปทางเรือนเล็ก
“นายหญิง ท่านมิกลัวจะมีคนมาช่วยนางหรือเจ้าคะ?”
เมื่อออกจากประตูสีของท้องฟ้ามืดสนิท“ไม่มีใครมาช่วยนางหรอก เพราะพวกเขาอยากให้ข้าตายจึงกันทุกคนออกไปข้างนอก เจ้าลองดูสิ ด้านนอกอย่าว่าแต่องครักษ์เลย แม้แต่เงาคนสักคนยังไม่มี เจ้าคิดหรือว่าจะมีคนมาพบนาง”จนกระทั่งตอนนี้ หลินเมิ้งหยาเพิ่งเห็นว่าเรือนเล็กของตำหนักฉุนเอินเงียบเหลือเกินหากมิใช่เพราะได้รับคำสั่งของไท่จื่อ องครักษ์จะยอมละทิ้งหน้าที่ตรงนี้อย่างนั้นหรือ?คิดจะเอาชีวิตของนางยังเร็วเกินไป“ถูกต้องเจ้าค่ะ นางสมควรตาย”อยู่กับหลินเมิ้งหยามานาน ป๋ายซูตัวติดกับหลินเมิ้งหยาเสมือนดั่งเงา ใครคิดจะแตะต้องคนของนางจะต้องไม่ตายดีเบื้องหลังได้ยินเสียงหมิงเยว่กรีดร้องอย่างทรมาน“ตาย? ความตายสำหรับนางเป็นสิ่งที่สวยงามเกินไป”มุมปากของหลินเมิ้งหยายกขึ้น นางเอี้ยวมองไปเบื้องหลังด้วยสายตาโหดเหี้ยม“ไปเถิด พวกเรากลับไปที่งานเลี้ยงกัน ดูว่าคนเหล่านั้นจะมีท่าทางเช่นไรเมื่อได้เห็นข้า”หลินเมิ้งหยาจัดแจงชุดให้เรียบร้อยก่อนจะกลับไปยังห้องโถงของตำหนักฉุนเอินภายในมีเสียงพูดคุยคึกครื้นราวกับไม่มีใครสังเกตเห็นเลยว่าชายาอวี้ได้หายไปจัดการกับหมิงเยว่มาทว่าสายตาของไท่จื่อกับชายารองตู๋กูกลับกังวลหากคุณหนูหวังฆ่าไม่สำเร็จ อย่างน้อยก็ยังมีหม