จวนเจ้าเมืองพร้อมกับซูเฉิน
“เคราะห์ดีที่เจ้ามองออกว่าค่ายกลเคลื่อนย้ายถูกดัดแปลง ไม่เช่นนั้นเจ้าคงตกอยู่ในอันตราย ข้าไม่เคยคิดเลยว่านิกายเทพสุริยันเก้าชั้นฟ้าจะส่งสายลับแฝงตัวเข้ามาในนิกายเทียนเต๋าของข้า พวกมันช่างทะเยอทะยานเกินไปแล้ว! เรื่องนี้จะปล่อยผ่านไม่ได้เด็ดขาด เราต้องให้พวกมันออกมารับผิดชอบ!”
ลั่วเสวียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงกังวลและโกรธเคือง
“ท่านอาจารย์ ข้าไม่เป็นไร! แต่ท่านก็ไม่ควรหุนหันเกินไป หากฆ่าร่างจำแลงของซุนฉีหยางเช่นนี้ เขาอาจจะแค้นท่านก็เป็นได้!”
ซูเฉินส่ายหน้า
“เจ้าว่าข้าหุนหัน แล้วตัวเจ้าเล่า? ไม่แม้แต่จะรอให้ถึงเวลา กลับบุกเข้าไปในจวนเทพสุริยันเก้าชั้นฟ้า หากเจ้าถูกฆ่าตาย ข้าจะสูญเสียศิษย์ดี ๆ ไปคนหนึ่งไม่ใช่หรือ?”
ลั่วเสวียนจ้องเขม็งใส่ซูเฉิน
แต่ซูเฉินก็ได้ยินถึงความห่วงใยจากน้ำเสียงของนาง
“ท่านอาจารย์วางใจได้ ข้าไม่เคยทำสิ่งใดโดยไม่มั่นใจ! ยิ่งไปกว่านั้น นิกายเทพสุริยันเก้าชั้นฟ้าช่างมีความคิดต่ำช้า ข้าว่าพวกมันอาจกำลังสมรู้ร่วมคิดกับปีศาจต่างแดนด้วยซ้ำ เราต้องสืบเรื่องนี้ให้ชัด หากปล่อยไว้คงกลายเป็นหายนะของทั้งดินแดนตะวันออกแน่!”
ซูเฉินกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง
เมื่อหวนคิดถึงจุดจบของ