ีน้ำตาอีกต่อไป นางรีบวิ่งไปเทน้ำให้หลินเมิ้งหยาหลินเมิ้งหยาที่เพิ่งจะลืมตารู้สึกว่าร่างกายของตนเองไร้ซึ่งเรี่ยวแรงป๋ายซ่าว ป๋ายจี ป๋ายซู ชิงหู หลินจงอวี้ทุกคนล้วนอยู่ที่นี่ยกเว้นเขานางไร้ซึ่งเรี่ยวแรงเอ่ยถาม หลินเมิ้งหยาจิบน้ำเข้าไปครึ่งแก้วเล็กหลังจากถูกป๋ายจื่อพยุง จากนั้นก็หลับไปอีกครั้ง“หมอหลวง ไข้ของนายหญิงลดลงแล้ว นางยังฟื้นแล้วด้วย ท่านลองตรวจดูหน่อยเถิดว่ายังมีปัญหาอะไรหรือไม่”ทั้งตำหนักหลิวซินล้วนดีอกดีใจหลินจงอวี้ส่งคนไปตามหมอหลวงมา ทุกคนหันมามองเขา สายตากระตือรือร้น แม้แต่หมอหลวงผู้มากประสบการณ์ยังหน้าร้อนผ่าวตรวจจับชีพจร ก่อนจะใช้มือลูบเคราของตนเอง“พระชายาพ้นขีดอันตรายแล้ว แต่เพราะมีแผลใจ กอปรกับยาพิษแปลกประหลาดในร่างกาย ดังนั้นพระองค์จึงควรพักผ่อนให้มาก”คำพูดของหมอหลวงทำให้คนในตำหนักหลิวซินรู้สึกคึกคักขึ้นมาในที่สุดก็ได้ยินคำว่าหลินเมิ้งหยาจะไม่จากพวกนางไปไหนบรรยากาศคึกคักเหมือนช่วงวันตรุษจีน ในที่สุดเมฆครึ้มที่ลอยเหนือตำหนักหลิวซินก็สลายหายไป“เจ้าเด็กน้อย ข้ารู้อยู่แล้วว่าเจ้าต้องฟื้น”มีชีวิตอยู่มานานหลายปี เขาไม่เคยรู้สึกขอบคุณเทพเจ้าด้วยความจริงใจเหมือนอย่างครั้งนี้มาก่อนโชคดีที่เขายังเหลือเวลาอีกสามปีในการคุ้มครองดูแลหลินเมิ้งหยาเขาเงยหน้า ได้เห็นสาวใช้ทั้งสี่ที่ไม่ได้หลับไม่ได้นอนเดินโซเซไปทางเตียงของหลินเมิ้งหยาก่อนจะล้มลงมุมปากหยักยิ้มเล็กน้อยพวกนางเปรียบเสมือนห