อยู่ข้างกายไท่จื่อ ก่อนจะเอ่ยด้วยความระมัดระวังน่าเสียดาย ในเวลานี้ไท่จื่อเสมือนกระต่ายตื่นตูม ขนาดเสียงลมพัดต้นหญ้าหวีดหวิวยังทำให้เขาตื่นตระหนก“เกลียด? พวกเขาเกลียดข้า? ฮึ หากมิใช่เพราะถูกคนพวกนั้นทำให้เดินทางช้า ป่านนี้ข้าคงถึงเมืองหลวงแล้ว”ในสายตาของไท่จื่อ คนพวกนั้นล้วนเป็นเพียงภาระเท่านั้นแม้จะไร้ซึ่งขุนนาง แต่ก็ยังมีคนทำหน้าที่แทนพวกเขาได้อยู่แต่เขาเป็นถึงองค์ชายรัชทายาทแห่งต้าจิ้น หากเกิดเรื่องอันใดขึ้น ชีวิตของพวกที่อยู่ข้างนอกก็มิอาจทดแทนชีวิตของเขาใต้เท้าจางพูดไม่ออก เขารู้จักอุปนิสัยของไท่จื่อดีแม้ท่าทางของเขาจะน่าเกรงขามและเป็นผู้ใหญ่ แต่จริงๆ แล้วเขากลับเป็นเพียงหุ่นเชิดของฮองเฮาหากตลอดหลายปีที่ผ่านมามิได้ฮองเฮาคอยดูแลกิจการบ้านเมืองแทน เกรงว่าป่านนี้บ้านเมืองคงยุ่งเหยิงมากมายอย่างแน่นอน“แต่ว่า…พระองค์ก็มิควรเพิกเฉยพวกเขามิใช่หรือพ่ะย่ะค่ะ”ใต้เท้าจางเป็นขุนนางเก่าแก่ ฉะนั้นเขาย่อมมองการณ์ไปไกลกว่าไท่จื่อเมื่อศัตรูโจมตี ไท่จื่อรีบหนีหัวซุกหัวซุนออกมากับคนของตนเอง ดังนั้นนี่จึงเป็นเสมือนจุดด่างพร้อยของเขาเรื่องนี้สอนให้รู้ว่าการซื้อคนนั้นง่าย แต่การซื้อใจคนนั้นยาก“ทนหิวแค่คืนเดียวมิตายหรอก เดี๋ยวตอนเย็นก็ได้กลับเมืองหลวงแล้ว หรือเจ้าเองก็อยากจะไปทนหิวเหมือนอย่างพวกเขา?”คิ้วของไท่จื่อขมวดเข้าหากันแน่น คำพูดเปี่ยมไปด้วยความมิพึงพอใจใต้เท้าจางรีบปิดปากสนิท อดไม่ได้ที่จะรู้