งฮองเฮาก็จะดำมิต่างจากก้นหม้อ
“คุณหนูรองสกุลหลิน ท่านไม่เป็นไรใช่หรือไม่?”
ขันทีคือผู้ที่ตั้งสติได้เป็นคนแรก เขารีบวิ่งเข้าไปพยุงร่างของหลินเมิ้งหวู่ขึ้นมา
นางสะบัดมือของขันทีออกด้วยความเขินอายระคนโกรธเกรี้ยว หลินเมิ้งหวู่หันไปมองหลงเทียนอวี้ที่มิได้มีท่าทีใส่ใจแต่อย่างใด
ทำไมกันนะ เพียงเพราะมีชายหนุ่มเข้าไปสนทนากับหลินเมิ้งหยา เขารีบร้อนจนแทบจะวิ่งเข้าไปไล่คนเหล่านั้น
แต่นางตกลงต่อหน้าเขาอย่างน่าสงสาร ทว่าเขากลับไม่รู้สึกเห็นอกเห็นใจเลยแม้แต่น้อย
ที่แท้ก็ต้องการเรียกร้องความสนใจเช่นนี้สินะ
หลินเมิ้งหยาคลายความสงสัยในใจ ดูเหมือนหลินเมิ้งหวู่จะไม่รู้จักหลงเทียนอวี้เลยแม้แต่น้อย
หากเป็นคนที่เขาไม่สนใจ หลงเทียนอวี้มักจะปฏิบัติด้วยอย่างเย็นชา
ยิ่งไปกว่านั้น หลงเทียนอวี้ไม่มีทางวิ่งเข้าไปหาความวุ่นวายเพิ่มทั้งที่อยู่ในสถานการณ์เช่นนี้หรอก
สมน้ำหน้า!
หลินเมิ้งหยารู้สึกดีใจอย่างบอกไม่ถูก ทว่าใบหน้ากลับเสแสร้งแสดงความกังวล ส่ายหน้าก่อนจะเลื่อนสายตาไปชื่นชมฟู่จวินของตนเอง
สายตาของหลงเทียนอวี้บังเอิญสบเข้ากับสายตาของนางพอดี
“ทำได้ดีมาก!”
หลงเทียนอวี้ผู้ฉลาดเฉลียวสามารถแกะข้อความผ่านสายตาได้อย่างง่ายดาย ก่อนจะส่งสัญญาณผ่านทางสายตาตอบกลับเพียงสี่คำ
“นางหาเรื่องเอง”
เมื่อได้รับข้อความผ่านทางสายตาของหลงเทียนอวี้ หัวใจของหลินเมิ้งหยายิ่งรู้สึกดีมากขึ้นหลายเท่าตัว
แม้หลินเมิ้งหวู่จะแสดงละครฉากพลีก