้งนางไม่อาจปกปิดเรื่องนี้เอาไว้ได้ทัน ดังนั้นนางไม่มีทางใช้อำนาจลงโทษผู้อื่นได้อย่างแน่นอน
เหล่าขุนนางล้วนจับจ้องพฤติกรรมของไท่จื่ออยู่ หากมีเรื่องน่าขายหน้าถูกบันทึกในหนังสือประวัติศาสตร์แม้เพียงเรื่องเดียว เกรงว่าฮองเฮาคงฟาดปากให้ฟันหลุดและสั่งให้กลืนเลือดลงไป
พระสนมเต๋อเฟยและจิ่นเยว่กลับไปยังตำหนักหยาเสวียน ภายในห้องโถงจึงเหลือเพียงสองพี่น้องและหลินเมิ้งหยา
“เอาล่ะ เอาล่ะ ป๋ายจื่อ เจ้าจงเก็บกวาดทำความสะอาดให้เรียบร้อย พอได้สูดอากาศเป็นพิษเข้าไป เกรงว่าคงไม่มีใครรู้สึกอยากอาหารแล้ว”
ป๋ายจื่อแอบปิดปากหัวเราะ คุณหนูใจกล้ามากเหลือเกิน เกรงว่าไท่จื่อคงจะร้องไห้โยเยกลับบ้านเป็นแน่แท้
สมน้ำหน้า ใครสั่งให้เขาคิดมิดีมิร้ายกับคุณหนูกันเล่า
หัวเราะและได้เห็นเพียงพอแล้ว หลินเมิ้งหยาหมุนตัวเดินออกจากห้องโถง
หลงชิงหานมองตามนางที่กำลังกลับออกไป ใบหน้าหล่อเหลาอดไม่ได้ที่จะเผยให้เห็นความรู้สึกโชคดี
“โชคดีที่ข้ายังไม่ได้ทำให้พระชายาของท่านขุ่นเคือง มิเช่นนั้นข้าจะเป็นตายร้ายดีอย่างไรก็มิอาจรู้ได้”
ผู้หญิงคนนั้น หากมองผิวเผินจะได้เห็นความงดงาม ดวงตาอ่อนโยนเปล่งประกายราวกับหยดน้ำ ไม่ว่าใครที่ได้ใกล้ชิดล้วนรู้สึกอยากเก็บนางเอาไว้ในหัวใจเพื่อคอยปกป้องดูแล
แต่เมื่อได้ลองสัมผัสกับตัวตนที่แท้จริงของนางแล้ว นางแผดเผาทุกคนดั่งดวงอาทิตย์
ใครที่กล้าเข้าใกล้จะต้องถูกนางเผาไหม้จนละลายกลายเป็นน้ำ
หากใครก็ตามอา