ด้านนอกประตูว่างเปล่า อย่าว่าแต่คนเลย แม้แต่เงายังไม่ปรากฏ
ขณะนี้ใบหน้าของชายร่างกำยำผิวทำต่างขาวโพลน ลูกตาดำกลอกกลิ้งไปทางตรอกซอยอันแสนมืดมิด ขณะเดียวกันร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้เป็นหิน
“ใครมาเคาะประตูอย่างนั้นหรือ?”
เพื่อนที่อยู่ด้านหลังยังไม่เข้าใจสถานการณ์ เขาคิดว่าคนของจวนมาถึงแล้ว
“ไม่…ไม่มีใครเคาะประตู…ผี…ผี…”
เสียงร้องของชายร่างกำยำดังขึ้น ขณะเดียวกันสาวเท้ายาวๆ ออกวิ่งหายไปในตรอก ความเร็วประหนึ่งม้าพันลี้
“นายหญิง คิกๆ เขาวิ่งเร็วมากเลยเจ้าค่ะ!”
ป๋ายซ่าวที่แฝงตัวอยู่ในความมืดหัวเราะคิกคักขณะแอบมองร่างของชายผู้นั้นที่วิ่งหายไป
พวกนางทุกคนล้วนสวมใส่ชุดสีดำและเร้นกายอยู่ภายใต้ความมืด นอกจากดวงตาสีขาวทั้งสองข้างแล้วจึงไม่มีใครพบเห็นร่างของพวกนางเลย
“วิ่งเร็วจริงเชียว เอาล่ะ พวกเจ้าหลอกพวกเขาต่อไป แต่อย่าทำให้เสียเรื่อง”
คนสิบกว่าคนล้วนสวมใส่เสื้อคลุมสีดำ ส่วนหลินเมิ้งหยาห่อตัวเองอย่างหนาแน่น
เมื่อครู่นางแอบไปดูเหล่าคนงานที่สลบไสลแล้ว
ยังดีที่พวกเขาถูกวางเพียงยาเบื่อธรรมดา นอนหลับสักคืนก็ดีขึ้นแล้ว
นี่เป็นหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่า “ผี” ในโรงน้ำชาล้วนไม่อยากให้ใครรู้ความลับเรื่องทอง
เหล่าองครักษ์มากความสามารถปีนป่ายขึ้นไปบนกำแพง จากนั้นส่ายโคมไฟสีแดงที่ถูกพันไว้ด้วยผ้าสีดำกับไม้แท่งบางๆ
ครู่ต่อมา เหล่าผู้คนที่ได้สติแล้วรีบร้อนวิ่งหนีอุตลุดทันที
ทั้งร้อง ทั้งตะโกนร้องขอชีวิตจ