้สึกถึงความประหลาด
“นายหญิง นายน้อยอวี้ส่งข่าวมาว่าเด็กหนุ่มคนนั้นคิดว่าพวกเราไม่รู้เรื่องจึงแอบกลับไปแล้วเจ้าค่ะ”
ป๋ายจีแอบเดินออกมาจากสวนหลิวซิน ก่อนจะนำข่าวจากหลินจงอวี้มาบอกพระชายา
ดูเหมือนจะเป็นไปตามความคาดเดาของนาง ที่ชิงหูมาอยู่ข้างกายของนางก็เพราะต้องการมาดักฟัง
แต่เพราะนางระมัดระวังตัว ดังนั้นเรื่องสำคัญบางเรื่องจึงบันทึกเป็นภาษาอังกฤษ อีกทั้งยังใช้สัญลักษณ์ที่ตนเองเข้าใจ
ชิงหูไม่ต่างอะไรจากคนโง่เขลาที่คิดจะขโมยข้อมูลจากนาง
“อืม ข้ารู้แล้ว อีกเดี๋ยวเจ้าจงกลับไปปิดประตูสวนแล้วเข้านอนกับป๋ายจื่อและเสี่ยวอวี้เถอะ”
หลินเมิ้งหยาพยักหน้าลง ป๋ายจีจึงจากไป
อึดใจต่อมา ร่างของหลินขุยปรากฏขึ้นภายในเรือนเล็กของหลินเมิ้งหยา
“พระชายา…เฮือก…ท่าน?”
ภายใต้แสงเทียน พระชายาสวมใส่ชุดสีแดงฉาน ใบหน้าขาวโพลน ใครได้เห็นมิวายต้องตกใจ
แม้แต่หลินขุยผู้กล้าหาญยังอดไม่ได้ที่จะตื่นกลัว
“นี่คือวิธีหนึ่งในการจับผีของข้า เอาล่ะ สถานการณ์ตอนนี้เป็นเช่นไร?”
ทำใจให้สงบ หลินขุยเพิ่งกลับมาจากโรงน้ำชา
“ปรากฏตัวแล้วพ่ะย่ะค่ะ คนงานที่ข้าน้อยพาไปสิบกว่าคนล้วนสลบไสลหลังจากผ่านประตูไป ตอนนี้คนเหล่านั้นต่างพากันพูดว่าเป็นเพราะฤทธิ์เดชของภูตผี จนไม่มีใครกล้าเข้าไปในนั้นอีก ส่วนผู้ดูแลคนนั้น หลังจากที่ฟ้ามือ ข้าน้อยส่งคนไปจับตามอง พบว่าเขาเข้านอนไปแล้วและไร้ซึ่งการเคลื่อนไหวพ่ะย่ะค่ะ”
“นอนแล้ว?” มุมปากของหลินเมิ้งหยาพย