ค่อยๆ ร่อนลงด้านนอกนครเทียนไห่
นครเทียนไห่หันหน้าสู่ทะเลกว้างสุดลูกหูลูกตา เบื้องหลังพิงเทือกเขาปี้เซี่ยซึ่งทอดตัวยาวหลายหมื่นลี้
นิกายเทียนเต๋าตั้งอยู่บนเทือกเขาปี้เซี่ยนี้เอง
นครเทียนไห่ก็อยู่ภายใต้การปกครองของนิกายเทียนเต๋าเช่นกัน กินพื้นที่หลายสิบลี้ ประชากรนับล้าน เต็มไปด้วยความเจริญรุ่งเรือง เป็นนครยักษ์ที่เก่าแก่ที่สุดในแคว้นเทียนไห่
ผู้คนต่างทยอยลงจากเรือสมบัติข้ามมิติ สายตาเปล่งประกายด้วยความตื่นเต้น
หลายคนไม่เคยมาเยือนนครเทียนไห่มาก่อน
ในหมู่พวกเขายังมีผู้ฝึกยุทธ์หนุ่มสาวจำนวนมากที่หวังจะลองเสี่ยงโชค เข้าร่วมนิกายเทียนเต๋าและกลายเป็นศิษย์ของนิกาย
ซูเฉินตื่นจากการบ่มเพาะ แล้วลงจากเรือสมบัติข้ามมิติเช่นกัน
ไม่ไกลนัก เจียงหรงหรงกับจางเฉวียน พร้อมผู้คุ้มกันระดับราชายุทธ์สองคน ยืนรอซูเฉินด้วยสีหน้าชิงชัง
“พวกเจ้าช่างตามตื๊อเสียจริง!”
ซูเฉินกล่าวเรียบๆ
“หยุดพูดไร้สาระ! เจ้าหนุ่ม! หากเจ้ามอบจิ้งจอกขาวให้พวกเราตอนนี้ แล้วคุกเข่าขอขมา บางทีข้าอาจจะไว้ชีวิตเจ้า!”
จางเฉวียนแสยะยิ้ม
“ตอนนี้เจ้าออกมาจากเรือสมบัติแล้ว ข้าอยากรู้จริงๆ ว่าใครจะมาช่วยเจ้าได้อีก!”
เจียงหรงหรงก็กล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา
ทั้งสอ