งจะอยู่ในตำแหน่งได้เพียงเท่านี้แล้ว!
แต่การออกไปนอกบ้านของหลินเมิ้งหยาในวันนี้เป็นเรื่องที่แทบจะเป็นไปไม่ได้ คนกลุ่มนั้นรู้ได้อย่างไรว่านางจะไปยังเส้นทางไหน?
หรือว่า…ภายในตำหนักของเขาจะมีคนสอดแนม?
เมื่อคิดได้ดังนี้ คิ้วก็ขมวดเข้าหากันแน่น หากเป็นเช่นนั้นจริง เกรงว่าตำหนักของเขาจะไม่ปลอดภัยอีกต่อไปแล้ว
ความหม่นหมองปรากฏขึ้นภายในดวงตาของหลงเทียนอวี้ หากภายในตำหนักอวี้แห่งนี้มีคนสอดแนมจริงๆ แล้วละก็ เขาจะกระชากคนคนนั้นออกมา จากนั้นก็กำจัดทิ้งเสีย
แผนการในครั้งนี้จำเป็นต้องได้รับความร่วมมือจากผู้หญิงคนนั้น
เขาลุกขึ้นแล้วออกจากห้องอ่านหนังสือไป หวังว่าผู้หญิงคนนั้นจะไม่โง่!
ตำหนักทางทิศตะวันออกของตำหนักชิงหลาน หลินเมิ้งหยายกชามซุปไก่ร้อนๆ เข้ามานั่งลงข้างเตียงของหลินจงอวี้แล้วป้อนเขา
ช่วงเวลาพลบค่ำ หลินจงอวี้เริ่มมีไข้
แม้จะรู้ว่านี่เป็นเรื่องปกติ ทว่านางอดไม่ได้ที่จะเจ็บปวดใจ
“พี่สาว…ข้าเจ็บเหลือเกิน…” หลินจงอวี้ที่เพิ่งตื่นขึ้นหลังจากสลบไปกะพริบตาปริบๆ นัยน์ตาของเขาแทบจะไร้ซึ่งชีวิตชีวา
ช่างเป็นเด็กดีอะไรเช่นนี้ อยู่ๆ หลินเมิ้งหยาก็รู้สึกแสบร้อนที่จมูก อีกทั้งยังมิอาจห้ามความเปียกชื้นที่ขอบตา
“เด็กโง่ ทำไมต้องรับถ่านร้อนๆ นั้นแทนข้า? เจ้ารู้หรือไม่ว่าหากถ่านแม้แต่ก้อนเดียวโดนใบหน้าของเจ้า เจ้าจะกลายเป็นคนอัปลักษณ์ไปชั่วกัปชั่วกัลป์!”
นางหยิกใบหน้าเรียวเล็กของเด็กหนุ่ม ทว่าหัวใจกำลังรู