“บังอาจ กล้าดีอย่างไรถึงเอ่ยพระนามอันสูงศักดิ์ของพระชายาเช่นนี้!” ทว่าขันทีซึ่งอยู่ข้างกายของหลงเทียนหยู๋กลับส่งเสียงเข้มออกมาจนผู้คนในห้องรับแขกต่างได้ยินเรื่องที่ไม่เล็กไม่ใหญ่นี้หลินเมิ้งหยาทำเพียงยืนอยู่อีกฝั่ง ไม่พูดแต่ก็ไม่ได้ห้ามปราม“คุณหนูรองสกุลหลิน แม้ว่าท่านจะเป็นน้องสาวแท้ๆของพระชายา แต่ฐานันดรศักดิ์นั้นแตกต่างกัน คุณหนูรองยังไม่มียศศักดิ์ติดตัว การเรียกชื่อพระชายาโดยตรงนั้น นั่นเท่ากับว่าท่านมิให้เกียรติพระชายาเลยแม้แต่น้อย!”หลงเทียนหยู๋ชายตามองภาพความวุ่นวายตรงหน้าด้วยใบหน้าเย็นชา ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้ซินะ เมื่อย่ำรุ่งหลินเมิ้งหยาเรียกเสี่ยวเต๋อจื่อขันทีประจำตัวของเขาเข้าไปพบภายในห้องเพื่อคุยความลับบางอย่างอยู่นานสองนาน หรือจะเป็นเพราะเรื่องเมื่อคืน เสี่ยวเต๋อจื่อจึงแสดงท่าทีต่อต้านหลินเมิ้งหวู่เช่นนี้?อดไม่ได้ที่จะส่ายหน้า นางเป็นคนฉลาดเฉลียว เล่ห์กลแพรวพราว ทว่าอุบายที่ใช้กลับไม่ได้เรื่อง“ข้า…ข้าก็แค่….” ตั้งแต่เด็กจนโต หลินเมิ้งหวู่เป็นดั่งไข่ในหินของแม่ตนเองนี่เป็นครั้งแรกที่เจอกับเหตุการณ์เช่นนี้ ปากที่มักจะช่างพูดช่างจาถึงกับอ้าค้าง คำพูดติดขัด“เหตุใดท่านขันทีต้องมีโทสะด้วยเล่า นี่เป็นเรื่องปกติ พวกนางสองพี่น้องมักจะทะเลาะและโวยวายใส่กันอยู่เสมอ นางจึงลืมกฎระเบียบไปชั่วครู่เท่านั้น หวู่เอ๋อร์เอ๋ย รีบขอโทษพี่สาวของเจ้าเสีย” น้ำเสียงของซ่างกวนชิงอ่อนโยน ดวงตาทั้งสอง