ียนอวี้ดื่มชาที่ตนเองตั้งใจชงมาเป็นพิเศษแล้ว นัยน์ตาของซ่างกวนฉิงเผยให้เห็นถึงร่องรอยแห่งความดีใจ
อีกเดี๋ยวลูกสาวของนางก็จะได้กลายเป็นพระชายาของท่านอ๋องอวี้แล้ว
เมื่อเวลานั้นมาถึง นางค่อยจัดการกับพวกที่กำลังดูถูกเหยียดหยามตนเองเหล่านี้ทีหลังก็ยังไม่สาย
ทั้งหลินเมิ้งหยา ทั้งหลงเทียนอวี้ อีกไม่นานพวกเขาก็จะกลายเป็นเพียงหมากตัวหนึ่ง และนางก็จะสามารถจัดการกับพวกเขาได้อย่างง่ายดาย
“มานี่สิหย๋าเอ๋อร์ แม่มีเรื่องอยากจะพูดกับเจ้า อันที่จริงวันที่เจ้าออกเรือนไปแต่งงาน แม่รู้สึกไม่อาจทนต่อการพรากจากได้ ดังนั้นแม่จึงเข้าไปในหอพระเพื่อสงบจิตสงบใจ เจ้าไม่โกรธแม่ใช่หรือไม่?”
เสแสร้งว่ารักใคร่เอ็นดูต่อหน้าผู้อื่น ทั้งที่จริงแล้วซ่างกวนฉิงอยากจะให้หลินเมิ้งหยาหายไปจากโลกนี้แทบขาดใจ
หลินเมิ้งหยารู้ดีว่าแม่เลี้ยงกำลังปกปิดเจตนาชั่วร้ายของตนเองเอาไว้ แต่ถึงกระนั้นนางก็ยังคงแสร้งทำเป็นใสซื่อไร้เดียงสา อีกทั้งยังแสดงท่าทีสนิทสนมและปล่อยให้ซ่างกวนฉิงจับข้อมือของตนเองอย่างอิสระ
“ท่านแม่พูดเช่นนั้นได้อย่างไร หยาเอ๋อร์เองก็ไม่อาจทำใจแยกห่างไปจากท่านแม่ได้ โชคดีที่ท่านอ๋องไม่คิดขับไส ดังนั้นหย๋าเอ๋อร์จึงมีความสุขอย่างในวันนี้”
หลินเมิ้งหยาเบือนหน้าไปมองหลงเทียนอวี้ด้วยสายตาอันแสนอ่อนโยน จากนั้นนางก้มหน้าลงประหนึ่งกำลังเขินอาย ทว่าภาพตรงหน้ากลับทำให้ซ่างกวนฉิงเกลียดชังนางยิ่งกว่าเดิม
“หากเป็นเช่นนั้นก็ดีแล้ว