ทั่วทั้งพระราชวัง
ยิ่งได้เห็นรูปร่างบอบบางอ้อนแอ้นอรชรของพระชายาพระองค์ใหม่แล้ว ทุกคนยิ่งคิดเห็นเป็นจริงเป็นจังตามข่าวลือที่ว่าท่านอ๋องอวี้เป็นบุรุษผู้ซึ่งไม่รู้จักทะนุถนอมสตรี
พระชายาพระองค์ใหม่นี้ช่างน่าสงสารยิ่งนัก
ณ ตำหนักเฉาหยุน หลงเทียนอวี้จ้องมองไปทางป้ายแขวนสีทองอร่าม
สมัยเยาว์วัย เสด็จพ่อมักจะพาเขามาดูละครและเล่นสนุกที่นี่
ตอนนั้นเขาคิดว่ามันคือสวรรค์ ทว่าตอนนี้ที่นี่เป็นเพียงคุกเท่านั้น คุกที่มีไว้สำหรับจองจำมนุษย์
ภาพความทรงจำสมัยเขาอายุสิบขวบยังคงเด่นชัด ตอนนั้นหมู่เฟยทำเรื่องผิดพลาดเพียงเล็กน้อย แต่พระนางกลับถูกฮองเฮาสั่งให้คุกเข่าอยู่ที่พระตำหนักแห่งนี้ตลอดทั้งคืน
แม้เวลาจะผันผ่านมาจนถึงตอนนี้แต่เขากลับยังคงจำฝังใจมิรู้ลืม ภาพโลหิตสีแดงฉานบนมุมปากของหมู่เฟยซึ่งกำลังส่งยิ้มอันแสนอ่อนโยนมาให้เขา
บางทีสาเหตุที่ทำให้หัวเข่าของหมู่เฟยเสื่อมสภาพและเจ็บปวดทรมานทุกครั้งที่อากาศเปลี่ยน อาจจะเริ่มขึ้นตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา
ความแค้นนี้ เขาไม่มีทางลืมมันอย่างแน่นอน
“เป็นอะไรไปเพคะ?” หลินเมิ้งหยาซึ่งยืนอยู่ข้างกายได้เห็นฝ่ามือที่กำลังกำเข้าหากันแน่นของหลงเทียนอวี้ จึงเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยความยากลำบากเพราะความหนักของศีรษะ
“ไม่มีอะไร พวกเราเข้าไปถวายคำนับกันเถิด”
หลงเทียนอวี้ปรับอารมณ์ของตนเองได้อย่างรวดเร็ว สายตาพลันชำเลืองมองใบหน้างดงามราวกับภาพวาดของหลินเมิ้งหยา เมื่อนึกภาพสายตา