การกรีดเลือดออกจากสิ่งมีชีวิตเป็นจุดแข็งของหลินเมิ้งหยา นางขอยืมมีดสั้นจากหลงเทียนอวี้ จากนั้นกรีดเอาเลือดของนกพิราบออกมาเล็กน้อยแล้วหยดลงในผ้าเช็ดหน้า เท่านี้พิธีการเข้าห้องหออันแสนดื่มด่ำเร่าร้อนก็ได้จบลง
ทันทีที่หัวถึงหมอนนางก็หลับลงไปในทันที กลับกันกับหลงเทียนอวี้ซึ่งกำลังนั่งขัดสมาธิอยู่บนตั่งหลายต่อหลายชั่วโมง
แต่คิดไม่ถึงเลยว่าเพียงพระอาทิตย์ส่องแสงยามเช้า นางในซึ่งอยู่ด้านนอกจะเคาะประตูแทบจะทันที
“คารวะท่านอ๋อง คารวะพระชายาพระองค์ใหม่ บัดนี้เช้าวันใหม่มาถึงแล้ว ได้โปรดตื่นบรรทมด้วยเพคะ”
หลินเมิ้งหยาค่อยๆ ลืมตาซึ่งยังคงสะลึมสะลืออยู่ขึ้น เมื่อคืนกว่านางจะเอาตัวรอดจากการดักฟังได้ก็เหนื่อยเอาการ
นางซึ่งยังคงอยู่ในสภาพกึ่งหลับกึ่งตื่นได้ยินเสียงทุ้มต่ำของหลงเทียนอวี้
“พวกเจ้าเข้าไปพยุงพระชายาเถิด ไม่ต้องช่วยข้า”
“เพคะ”
บ่าวรับใช้ในตำหนักแห่งนี้ทุกคนล้วนเคารพนับถือหลงเทียนอวี้ หลินเมิ้งหยาไม่เคยได้รับการดูแลเช่นนี้มาก่อน ดังนั้นนางจึงปล่อยให้บ่าวรับใช้ทำหน้าที่ของตนเองโดยไม่ขัดขืน
ภายในห้องอ่านหนังสือ หลงเทียนอวี้เปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดปกติเสร็จเรียบร้อยแล้ว
ภาพการกระทำของหลินเมิ้งหยาทั้งหมดยังคงตราตรึงอยู่ในสมองของหลงเทียนอวี้
เขามั่นใจแล้วว่านางไม่ใช่คนที่ฮองเฮาส่งเข้ามาสอดแนม
แม้ว่าฮูหยินของเจิ้นหนานโหวจะเป็นน้องสาวแท้ๆ ของฮองเฮา แต่หลินเมิ้งหยาไม่ใช่คนของพระนางอย่างแน่นอน
อีก