ิดผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวออก แม้เธอจะไม่เคยแต่งงานมาก่อนในยุคปัจจุบัน แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ยังรู้สึกผิดปกติอยู่ดี
หลินเมิ้งหยาจึงยังคงนั่งอยู่ในเกี้ยวไม่ขยับเขยื้อน!
มือสีขาวอมชมพูคู่หนึ่งยื่นเข้ามาจับผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวของนาง ทว่ากลับจับเพียงแค่มุมหนึ่งเท่านั้น ชั่วอึดใจต่อมาเสียงร้องโหวกเหวกโวยวายก็ดังลั่นขึ้น “แย่แล้ว เจ้าสาวตายแล้ว!”
ความวุ่นวายเกิดขึ้นโดยฉับพลัน เสียงฆ้องและกลองหยุดลงกะทันหัน
ดวงตาของหลินเมิ้งหยาสั่นระริก ทันใดนั้นมือข้างหนึ่งยื่นเข้าไปคว้ามือของแม่สื่อเอาไว้!
จากนั้นนางไม่ลังเลเลยที่จะส่งเสียงออกมา “นี่มันขนบธรรมเนียมประเพณีจากที่ใดกัน แม้กระทั่งแม่สื่อยังกล้าฝ่าฝืนเช่นนี้ได้? ขนาดผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวของพระชายายังกล้าดึงออก แล้วนี่ยังจะร้องโวยวายโป้ปดมดเท็จในงานมหามงคลเช่นนี้อีก?!” น้ำเสียงหวานใสที่แม้กระทั่งตัวซูชิงเกอเองยังประหลาดใจถูกส่งออกมา แต่ขณะเดียวกันภายในน้ำเสียงหวานนั้นก็ยังแฝงไว้ซึ่งความเย็นชา
แม่สื่อซึ่งแต่งองค์ทรงเครื่องเสียจนสวยเพริศพริ้งพิไลสะดุ้งโหยงเพราะการกระทำของเจ้าสาว
ใบหน้าของหญิงชราซึ่งถูกแต่งแต้มด้วยแป้งดอกมะลิเกือบจะบิดเบี้ยวไปจนเผยให้เห็นธาตุแท้ของตนเอง
ก่อนที่จะรับคุณหนูใหญ่แห่งสกุลหลินขึ้นเกี้ยว คุณหนูรองจ่ายสินบนให้กับแม่สื่อคนนี้เรียบร้อยแล้ว อีกทั้งยังกำชับว่าหลังจากที่เปิดเกี้ยวออก ให้โห่ร้องบอกว่าคุณหนูใหญ่ตายแล้ว!
ตอนแรกนางเองก็ไม่กล