อันหลินสะลึมสะลือตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าถูกสิ่งของบางอย่างทับท้องไว้
เขายื่นมือไปดันของสิ่งนั้นออก กลับพบว่าเนื้อสัมผัสนุ่มนิ่มขนปุกปุยประหนึ่งปัดลูกบอลขนที่อุ่นร้อนลูกหนึ่งทิ้ง
“เจ้ามนุษย์ต่ำต้อยไม่เจียมตัว บังอาจโจมตีท่านจ่านเทียนด้วยการใช้ไข่กระทบหิน…” เสียงที่ไพเราะและพึมพำเล็กน้อยดังขึ้นคล้ายว่ายังอยู่ในห้วงความฝัน
อันหลิน “…”
อันหลินเตะเสวี่ยจ่านเทียนหลายทีอย่างเอือมระอา เตะมันจนตื่นขึ้นมา
“โอ้…ยักษ์อันหลิน นี่พวกเราอยู่ที่ไหนกัน” ทีน่าก็ค่อยๆ ได้สติกลับมา กวาดมองรอบข้างด้วยความงุนงง
สิ่งที่อยู่ในคลองจักษุเป็นขุนเขาสีดำที่สูงไม่รู้ตั้งเท่าใด
นางเงยหน้าขึ้นพบว่าขุนเขาสีดำไม่เห็นปลายทางราวว่าทะลุผืนนภา ผิวดำขลับมีแสงระยิบระยับ ดูแล้วงดงามชวนฝันอย่างยิ่ง
“งดงามนัก…นี่เขาดวงดาวหรือ”
ทีน่าทำหน้าเหมือนคนมีภูมิความรู้ มองขุนเขาที่โอฬารลูกนี้ด้วยความตะลึงพลางรำพันกับตัวเอง
อันหลินได้ฟังกลับสะดุ้งโหยง เขาดวงดาว…
หรือจะเป็นขุนเขาแสงดาวที่จักรพรรดิจื่อเวยพูดถึง…
เขาเบิกตากว้างมองภูเขาสูงที่มหึมาอย่างหาใดเปรียบ รูปร่างภายนอกสอดคล้องกับการบรรยายที่ได้ยินในความทรงจำ อารมณ์ก็พลุ่งพล่านขึ้นมาทันใด