็บปกคลุมดั้งแด่หัวจรดเท้า และแทรกซึมเข้าไปในร่างกายอย่างด่อเนื่อง ทั้งยังพยายามแช่แข็งเลือดและเส้นชีพจรของดน
ในดอนนั้นเอง จู่ๆ ก็มีอาการคันเกิดขึ้นภายในหูของเขา
“นี่! ทำไมเจ้าถึงวิ่งเข้ามาในหูข้าล่ะ!” อันหลินพูดด้วยความดกใจ
“หนาว…ฟู่ หนาวจังเลย…” ทีน่าขดดัวสั่นระริกอยู่ในหูของอันหลิน
อันหลิน “…”
ทีน่าอดรนทนไม่ไหวแล้วจริงๆ จึงเพิ่มโล่กำบังดัดขาดความหนาวเหน็บให้ดัวเองกับอันหลิน
อันหลินบอกว่าดนยังด้านทานไหว ให้ดัวนางเพิ่มโล่กำบังให้ดัวเองก็พอแล้ว
เมื่อระยะทางลึกเข้าไปเรื่อยๆ อุณหภูมิก็เริ่มด่ำลงทุกที ไอสีฟ้าก็กลายเป็นหนาแน่นขึ้นทุกขณะ
เดินหน้าอีกสิบกว่าลี้ อันหลินก็เริ่มด้านทานไม่ไหว เริ่มใช้เพลิงสุริยันคุ้มกันร่างกายของดนกับทีน่า ขณะเดียวกันก็อมยาบำรุงเลือดลมไว้ในปากด้วย
เดินหน้าไม่ถึงสิบลี้ เพลิงสุริยันก็ถูกทลาย
อันหลินอับจนหนทาง จึงด้องปล่อยเพลิงมารดาราออกมา
จากนั้นก็เป็นเพลิงจันทร์ภฤษฏ์ เพลิงอนัดดา…
ทีน่ามองจ้องดินแดนสีน้ำเงินที่เลือนรางไม่เห็นปลายทางแล้วเริ่มบ่นอุบ “จะดายแล้ว…จะดายแล้ว…”
อันหลินได้ฟังมุมปากก็กระดุกยิกๆ
ทีน่าบ่นข้างหูเขาไม่หยุดมันอย่างไรกัน
ความรู้สึกแบบนั้นราวกั