จี้หย่งฟางร้องไห้อยู่พักใหญ่กว่าจะหยุดลง น้ำตาคลอเบ้าชี้อันหลินที่อยู่บนแท่นพิธีพลางตะโกนเกรี้ยวว่า “อันหลิน! เป็นฝีมือเจ้าแน่ๆ เจ้าทำอะไรข้า!”
“พอแล้ว!”
เสียงตวาดดังแทรกคำพูดของจี้หย่งฟาง
“ทั้งร้องไห้ทั้งตะโกน ใช้ได้ที่ไหนกัน!” ชายวัยกลางคนหนึ่งตะโกนด้วยความโกรธ
จี้หย่งฟางมองบุรุษที่พูดด้วยความตะลึง ปิดปากฉับ น้ำตาไหลเป็นทาง น่าสงสารอย่างยิ่ง “ท่านพ่อ ทำไม…”
ผู้อาวุโสจี้ไม่อยากเห็นท่าทางแบบนี้ของจี้หย่งฟางเลย หากไม่ใช่เพราะต้องรับการถ่ายทอดพลังเพลิงศักดิ์สิทธิ์ คงลากเจ้านี้ออกจากจัตุรัสไปแล้ว
“เรื่องนี้ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับอันหลินเลย บางที…เจ้าอาจจะเสียใจเกินไปจริงๆ…” ผู้อาวุโสจี้พูดอย่างระอาใจ
จี้หย่งฟางชะงัก เศร้ามาจากภายใน ร้องไห้ ‘โฮๆ’ ออกมาอย่างกลั้นไม่ไหว
ผู้อาวุโสจี้เบือนสายตาขึ้นมองท้องฟ้า ไม่มองใบหน้าเลย
ลูกศิษย์ในจัตุรัสก็หัวเราะจนเหน็ดเหนื่อยแล้ว พากันนวดคลึงใบหน้ากับท้องของตน
ม่อไห่ยังหัวเราะร่าไม่หยุด มองจี้หย่งฟางด้วยความนับถือ “ศิษย์พี่จี้ ถ้าเรื่องร้องไห้ ข้ายอมแค่ท่าน เป็นที่หนึ่งของสำนักได้แล้ว!”
อีกหนึ่งคนที่ยังหัวเราะไม่หยุดคือหลานเยียน นางเส้นตื้นเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ตอนนี้เมื่อเ