“สหายนักพรตท่านนี้ ท่านรู้ข่าวคราวในตอนนี้ของหญิงลึกลับผู้นั้นหรือไม่” อันหลินเดินเข้าไป คำนับแล้วเอ่ยถาม
ชายวัยกลางขมวดคิ้ว พบกันครั้งแรกต้องเรียกว่าสหายร่วมรบไม่ใช่หรือ สหายนักพรตคืออะไร
แต่เขาก็ไม่คิดอะไรมาก เห็นแก่ที่เป็นเพื่อนของลูกสาว จึงตอบไปว่า “ข้ารู้เพียงว่าหญิงลึกลับคนนั้นเหาะไปทางตะวันออกของแคว้นต้าโจว รายละเอียดข้าไม่รู้”
“ขอบใจมาก” อันหลินพยักหน้า จากนั้นหันไปยิ้มให้ไป๋ซูเยี่ยน “ข้ายังมีธุระเร่งด่วน ขอตัวลา”
“แล้วพบกันใหม่ผู้อาวุโส!” ไป๋ซูเยี่ยนพอจะคาดเดาอะไรได้บ้างแล้ว จึงไม่เหนี่ยวรั้งเขาไว้
จู่ๆ ลำแสงสีดำก็ปรากฏใต้ฝ่าเท้า อันหลินย่ำลำแสงสีทะมึนลอยขึ้น พุ่งสู่ชั้นเมฆ
“นี่มัน…ขี่วัตถุเหาะเหิน! คุณพระ นี่มันความสามารถที่จะมีแค่ในผู้แข็งแกร่งตั้งแต่ระดับราชันสงครามขึ้นไปนี่นา!” ชายวัยกลางคนร้องเสียงหลง จากนั้นก็เบนสายตามองลูกสาวของตน “เยี่ยนเอ๋อร์ ผู้อาวุโสท่านนี้เป็นเพื่อนของเจ้าหรือ”
ไป๋ซูเยี่ยนมองร่างที่จากไปไกลแล้วส่ายหน้า พูดอย่างห่อเหี่ยวว่า “ไม่ใช่หรอก…ข้ากับเขาเพียงพบกันโดยบังเอิญเท่านั้น…”
…
บนท้องนภา อันหลินเปลี่ยนจากกระบี่เป็นขี่ก้อนอิฐ
ตอนนี้จิตใจของเขาว้าวุ่นอย่างยิ่ง ตอนแรกคิดว่ามีแค่ตัวเขาที่ทะลุมิติมายังต่างแดนที่พิสดารเช่นนี้ แต่ตอนนี้มีหญิงลึกลับโผล่มาอีกคน
ถ้าคนคนนั้นเป็นซูเฉี่ยนอวิ๋น อย่างนั้นความนัยแฝงนี้ มันจะแตกต่างอย่างสิ้นเชิง
คิดได้ดังนั้น เขา