ะยะ
“มีผู้แข็งแกร่งมาอีกแล้ว” คาคาชิเงยหน้าขึ้นมองฟ้า
เห็นนักพรตสองคนขี่กระบี่ทะลุฟ้ามา จากนั้นก็ทะยานลงจอดข้างกายอันหลิน
ภาพนี้ทำให้คาคาชิกับนินจาอีกสองคนที่เหลือแสดงสีหน้าขึงขังขึ้นไม่น้อย
สามารถขี่กระบี่มาได้ เท่ากับว่าเป็นผู้แข็งแกร่งที่เหนือระดับหล่อเลี้ยงวิญญาณ เมื่อเป็นเช่นนี้ พลังต่อสู้ทางฝั่งอันหลินก็สูงขึ้นเยอะโข
“ไม่เป็นไร ก็แค่นักพรตระดับหล่อเลี้ยงวิญญาณสองคนเท่านั้น ขอแค่ไม่แข็งแกร่งเท่าฉัน พวกเขาก็ปลุกปั่นอะไรไม่ได้หรอก” คาคาชิพูดปลอบขวัญลูกทีม
ผ่านไปครู่หนึ่ง มีชายอีกคนย่ำกระบี่เหาะมาอีกแล้ว
เขาไม่ปิดบังพลังของตน กลิ่นอายอันน่าเกรงขามแผ่กระจาย พลังนั่นเหนือกว่าคาคาชิอยู่ไม่น้อย และทะยานลงจอดข้างอันหลินเช่นกัน
มุมปากของคาคาชิกระตุกเล็กน้อย แต่ยังพูดเรียกขวัญเช่นเดิมว่า “นินจาอย่างเราถนัดการลอบฆ่า เอาชนะผู้ที่แข็งแกร่งกว่าเป็นปกติ ฉะนั้นต่อให้ศัตรูจะแข็งแกร่งกว่าเรา เราก็จะเอาชนะศัตรูได้โดยที่พวกเขาไม่รู้ตัวได้!”
โจนินอีกสองคนพยักหน้าคล้อยตาม ตั้งแต่พวกเขาเข้าสู่วงการ ยังไม่เคยหวาดกลัวใครหน้าไหน!
ในตอนนั้นเอง มีลำแสงสีชมพูพุ่งทะลุชั้นเมฆมาอีกแล้ว
หญิงสาวรูปงามสะคราญคนหนึ่งลอยลงจากฟ้า หยุดลงข้างๆ อันหลิน กลิ่นอายพลังมหาศาลดุจผืนทะเล ประหนึ่งแดนเทวะ
คาคาชิหายใจเข้าดังเฮือก ตกอยู่ในความเงียบงัน
“หัวหน้า…” โจนินคนหนึ่งพูดอย่างตระหนก
“ทุกคนยังจำภารกิจที่พวกเรามาที่นี่ได้ไหม