“เหอะๆ ฉันแข็งแกร่งมาตลอดไหมเล่า”
อันหลินสะบัดผมแล้วเดินไปหาเถียนหลิงหลิง
เขามองใบหน้าจิ้มลิ้มน่ารัก รวมถึงรูปร่างเล็กกะทัดรัดของหญิงสาว บ่นขึ้นมาอีกครั้งอย่างอดไม่ได้ว่า “เฮ้อ ผ่านมาสองปีแล้ว ทำไมเธอยังไม่สูงขึ้นอีกล่ะ”
“นี่! นักพรตจอมปลอมพูดอะไรของนายเนี่ย!”
เถียนหลิงหลิงโมโหทันทีที่ได้ยินเรื่องเกี่ยวกับความสูง ไม่สนว่าอันหลินจะแข็งแกร่งขึ้นหรือไม่ ปล่อยหมัดชกอันหลิวรัวๆ
ต้าไป๋ทำหน้าผิดหวัง “พี่อัน นี่น่ะหรือสาวสวยแดนมนุษย์ที่เจ้าว่า เจ้าตาบอดหรือข้าตาบอดกันแน่ โฮ่ง!”
เถียนหลิงหลิงชะงักไป มองสุนัขสีขาวข้างๆ อย่างงุนงง
ภาษาที่ต้าไป๋ใช้เป็นภาษาของสัตว์ภูต ความหมายสื่อตรงถึงใจมนุษย์ได้ ไม่ต้องแปลความหมาย
“นี่! แม้แต่สัตว์เลี้ยงของนายยังพูดจาทำร้ายฉันเลย จิตใจทำด้วยอะไร!”
เธอเคยถูกหมาด่าที่ไหนกัน ยามนี้ทุบอันหลินแรงขึ้นกว่าเดิมแล้ว
อันหลิน “…”
ส่วนเซียนกระบี่ชิงเหอกลับหัวเราะร่าเมื่อเห็นอันหลิน เป็นฝ่ายเดินเข้ามา “สหายอันหลิน ขอบคุณมากที่นายช่วยเหลือ!”
“ไม่ต้องเกรงใจหรอก คนรู้จักกันทั้งนั้น” อันหลินโบกมือ
ในตอนนั้นเอง นักพรตเจ็ดคนก็เหาะลงมาจากท้องฟ้าด้านหลังเขา
นักเรียนเหล่านี้ไม่ปิดบังกลิ่นอายของตน แต่ละคนล้วนท่วมท้นและลึกล้ำ ให้ความรู้สึกไม่อาจเทียบเทียมได้
“ฮ่าๆ ๆ คนพวกนี้ก็คือกำลังเสริมที่ฉันพามา ศัตรูของพวกคุณอยู่ไหนล่ะ พวกเขาอยากบริหารมืออยู่พอดี” อันหลินหัวเราะแล้วพูดกับเซียนก