สำนักเรายังไม่มีใครอยู่ในระดับแปลงจิตสักคน น่าอายจริงๆ”
“หลิวเชียนฮ่วนไม่เอาการเอางาน ไม่อย่างนั้นคงรับไม้ต่อจากหวังเสวียนจ้านไปนานแล้ว”
“เฮ้อ ลูกศิษย์สอนยากนัก…”
ผู้บริหารสำนักมีแรงกดดันมหาศาลไม่พอ แม้แต่อันหลินที่เป็นนายเองก็กดดันอย่างยิ่งเช่นกัน
อันหลินคร่ำครวญว่า “เจ้าอัปลักษณ์ ไยเจ้าไม่รอข้าหน่อย นี่เจ้าจะขัดบัญชาสวรรค์หรือ”
“พี่อัน ไม่เป็นไร ข้าจะปกป้องเจ้าเอง” เจ้าอัปลักษณ์พูดอย่างจริงใจ
ประโยคนี้ทำร้ายจิตใจอันหลินอีกแล้ว เขาตกอับถึงขั้นต้องให้สัตว์เลี้ยงของตัวเองมาปกป้องแล้วหรือ
ไม่ได้การ เขาต้องมุมานะบากบั่น เขาจะไล่กวดอย่างกล้าหาญ!
เวลาผ่านไปอีกครึ่งเดือน เสี่ยวหงที่สังเคราะห์แสงเงียบๆ ทะลวงเข้าสู่ระดับหล่อเลี้ยงวิญญาณขั้นปลายโดยไม่ให้สุ้มให้เสียง
อันหลิน “…”
“นายท่าน ท่านควรจะตากแดดให้มาก ไม่อย่างนั้นพลังยุทธ์จะขึ้นราเอาได้” เสี่ยวหงพูดเสียงหวานหยดย้อย
“เจ้าคิดว่าข้าเป็นเจ้าหรือไง ต่อให้ข้าจะตากแดด พลังยุทธ์ก็ขึ้นเราได้เหมือนกันนั่นแหละ!” อันหลินน้ำตาอาบหน้า
ตอนนี้พลังยุทธ์ของเขามาถึงช่วงคอขวดแล้ว ตั้งใจบำเพ็ญเพียรมาได้เดือนกว่าแล้ว กลับไม่มีการเปลี่ยนแปลงที่เด่นชัดเลย เมื่อก่อนหากตั้งใจบำเพ็ญเพียร แม้ระดับพลังยุทธ์จะไม่เปลี่ยนแปลง แต่ก็จะรู้สึกว่าตนเก่งกาจขึ้นนิดหน่อย
ทว่าตอนนี้ ไม่ว่าจะขัดเกลาจิตใจ ฝึกกายอย่างไร ก็รู้สึกว่าไม่มีการเปลี่ยนแปลง
สิ่งสำคัญคือการหยั่งรู้ ทำ